ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,931.02 จุด เพิ่มขึ้น 34.30 จุด หรือ +0.12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,372.85 จุด ลดลง 0.58 จุด หรือ +0.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,019.30 จุด ลดลง 23.20 จุด หรือ -0.21%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.8%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี Nasdaq ขยับขึ้น 0.1%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางตั้งแต่การซื้อขายในช่วงเช้า หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.9% หลังจากที่ดีดตัวขึ้น 8.4% ในเดือนมิ.ย.

บรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ข้อมูลยอดค้าปลีกดังกล่าวบ่งชี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลง ซึ่งตอกย้ำความวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

นักลงทุนยังคงชะลอการซื้อขายหุ้น ขณะรอคอยการอนุมัติมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจฉบับใหม่ของสหรัฐ โดยการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและสมาชิกสภาพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวหยุดชะงักมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (14 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,931.02 จุด เพิ่มขึ้น 34.30 จุด หรือ +0.12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,372.85 จุด ลดลง 0.58 จุด หรือ +0.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,019.30 จุด ลดลง 23.20 จุด หรือ -0.21%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.8%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี Nasdaq ขยับขึ้น 0.1%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางตั้งแต่การซื้อขายในช่วงเช้า หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.9% หลังจากที่ดีดตัวขึ้น 8.4% ในเดือนมิ.ย.

บรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ข้อมูลยอดค้าปลีกดังกล่าวบ่งชี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลง ซึ่งตอกย้ำความวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 10.50 จุด ขณะ S&P500

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 10.50 จุด ขณะ S&P500 , Nasdaq ร่วงจากแรงขายหุ้นเทคโนฯ – วิตกยอดโควิดพุ่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (13 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้สั่งปิดสถานประกอบการบางประเภทอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงบาร์และโรงภาพยนตร์ หลังจากยอดติดเชื้อโควิด-19 พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,085.80 จุด เพิ่มขึ้น 10.50 จุด หรือ +0.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,155.22 จุด ลดลง 29.82 จุด หรือ -0.94% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,390.84 จุด ลดลง 226.60 จุด หรือ -2.13%

ในช่วงแรกนั้น ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 500 จุด ขานรับข่าวไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี ได้รับสถานะ “fast track” จากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะทำให้ทางบริษัทได้รับการผ่อนคลายกฎระเบียบจาก FDA และส่งผลให้การพัฒนาวัคซีนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น

แต่ดาวโจนส์อ่อนแรงลงในเวลาต่อมา ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq เคลื่อนตัวสู่แดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป โดยหุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 3.09% หุ้นอเมซอนดอทคอม ดิ่งลง 3% หุ้นอินเทล ลดลง 1.60% หุ้น Nvidia ร่วงลง 4.07% หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 2.48% หุ้นอัลฟาเบท ร่วงลง 1.74% หุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (เอเอ็มดี) ร่วงลง 4.10% อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *