ทำงานให้เป็นเเบบ “เชอร์ล็อค โฮล์มส์ “

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) คือ ตัวละครที่ถูกผลิตขึ้น

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes)

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) คือ ตัวละครที่ถูกผลิตขึ้น จากนวนิยายสืบสวน หรือรหัสคดี ซึ่งประพันธ์โดย เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ นักเขียนและนายแพทย์ชาวสก็อตมาจากฝีมือ

เรื่องราวของ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) เกิดในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) เป็นนักสืบชาวลอนดอน ผู้ปราดเปรื่องและมีชื่อเสียงโด่งดัง  ด้านทักษะการประมวลเหตุและผลด้านนิติวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยหลักฐานและการสังเกตอันคาดไม่ถึงเพื่อคลี่คลายคดีต่างๆ

เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ แต่งเรื่อง เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) ไว้เป็นเรื่องยาว 4 เรื่อง และเรื่องสั้น 56 เรื่องเกือบทุกเรื่องเป็นการบรรยายโดยเพื่อนคู่หูของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) คือ ดร.จอห์น เอช. วัตสัน หรือ หมอวัตสันในจำนวนนี้ มี 2 เรื่องที่โฮล์มส์เป็นผู้เล่าเรื่องเอง และอีก 2 เรื่องเล่าโดยบุคคลอื่น

ความโด่งดังของ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) ทำให้ผู้อ่านจำนวนมากเชื่อว่าเขามีตัวตนจริง จนมีบางคนเขียนจดหมายไปหา เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) ตามที่อยู่ที่ระบุในนวนิยาย แต่ไปรษณีย์ต้องถูกตีกลับทุกฉบับ โด่งดังกันถึงขนาดมีพิพิธภัณฑ์ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) ตั้งขึ้นในตำแหน่งที่น่าจะเป็นบ้านในนวนิยายของเขาในกรุงลอนดอน นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นสำหรับตัวละครในนวนิยาย

เรื่องราวของ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) มีการนำไปทั้งดัดแปลงและแต่งเพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยนักเขียนคนอื่น ๆ ทั้งที่เขียนร่วมกับทายาทของโคนัน ดอยล์ และเขียนขึ้นใหม่

บทประพันธ์ของโคนัน ดอยล์ และนวนิยายที่แต่งขึ้นใหม่ ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ละครวิทยุ และสื่ออื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนจนถูกบันทึกเป็นสถิติโลก กินเนสส์ว่า เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) “ตัวละครที่มีผู้แสดงมากที่สุด”

ภาพลักษณ์ของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes)กลายเป็นสัญลักษณ์ของนักสืบ และส่งอิทธิพลต่อวรรณกรรมและการแสดงในประเภทรหัสคดีจำนวนมาก

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes)

ทำงานให้เป็นเเบบ “เชอร์ล็อค โฮล์มส์ “( Sherlock Holmes)

ปัญหาหลายอย่างในการทำงานของใครหลาย ๆ คน การนำเเนวทางความคิดของ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) มาประยุกต์ใช้ จะทำให้เรารู้จักจัดการกับข้อมูลและความรู้ต่างๆ ในสมองของเรา วิธีการคิดแบบมีตรรกะ การสังเกตแบบใช้ไหวพริบ ซึ่งจะช่วยฝึกให้เรามีความคิดและความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างมีระบบระเบียบและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นเครื่องมืออันชาญฉลาดที่ช่วยให้เราแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เเนวคิดที่ว่านี้มีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย

  • สังเกตให้เป็น

มาตรฐานของการเป็นนักสืบแล้ว โดยพื้นฐานต้องเป็นคนชอบสังเกต ซึ่งคนทำงานอย่างเราก็ควรมีลักษณะนี้เช่นกัน แต่ไม่ใช่การสังเกตในเชิงลบอย่างเช่นการสังเกตเพื่อจับผิด หรือสังเกตเพื่อการอยากรู้อยากเห็นประเด็นที่ไร้ประโยชน์นะ ใช้วิธีการสังเกตเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่งาน หรือหาทางออกเมื่อเรา หรือทีมงานกำลังเจอปัญหากันมากกว่า เช่น การสังเกตสีหน้าของเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าตอนเดินเข้ามาในออฟฟิศ และเราดันมีเรื่องหนักใจอยากจะมารายงานให้ฟัง ซึ่งบางครั้งการเข้าไปผิดจังหวะกับภาวะที่พวกเขายังเกิดความตึงเครียดอยู่

นอกจากปัญหายังไม่ได้ถูกแก้แล้ว เผลอๆ อาจจะได้รับระเบิดอารมณ์เข้าไปอีก หรือบางทีการสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกของเพื่อนร่วม เช่น แต่งตัวดี แต่งหน้าสวย เราก็สามารถใช้ความสังเกตมาเป็นพื้นฐานสู่การชื่นชม เพื่อสร้างบรรยากาศและความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงานร่วมกันได้เช่นกัน

  • สร้างและหาหลักฐาน

ส่วนใหญ่ปัญหาในการทำงานของคนทำงานมักจะผิดพลาดที่ขั้นตอนการสื่อสารเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่องานขาดช่วงหรือผิดพลาดก็จะเกิดการล่าแม่มด หรือหาแพะรับบาปกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนเกิดบรรยากาศที่ไม่โอเคในการทำงาน หรืออยากร่วมงานต่อด้วยในครั้งต่อๆ ไป

การหัดสร้างหลักฐาน จึงเป็นสิ่งที่คนทำงานต้องหัดทำ ด้วยการประเมินไปก่อนล่วงหน้าว่า ถ้าขั้นตอนในการทำงานช่วงใดช่วงหนึ่งหลุดหล่นไป มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้หรือไม่อย่างไร และเราควรมีวิธีป้องกันไม่ให้กระบวนการสื่อสารในการทำงานหลุด และไม่ให้เราถูกโจมตีว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาได้อย่างไร การสร้างหลักฐานจึงสำคัญมากสำหรับการทำงานที่ต้องทำงานกับคนจำนวนมากและมีขั้นตอนงานที่ซับซ้อน เราสามารถสร้างหลักฐานการทำงานจากการเขียนอีเมล การพิมพ์ข้อความไปบอกเพื่อนร่วมงานทาง Messenger หรือ Line ก็ย่อมได้เช่นกัน หลักฐานเหล่านี้จะทำให้เราสบายใจต่อตัวเองมากขึ้นในวันที่เกิดปัญหา

รวบรวมหลักฐานและพยานก่อนตัดสินใจ

มีหนึ่งมาตรฐานของการทำงานของโฮล์มส์ คือการรวบรวมพยานและหลักฐานในการตัดสินใจเพื่อแก้ไขต่อปัญหาที่เกิดขึ้น การรวบรวมพยานจากเพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกับการลำดับเรื่องราวจากขั้นตอนในการทำงาน นอกเหนือจากจะทำให้เราและคนอื่นๆ เห็นภาพรวมและที่มาที่ไปอย่างเห็นได้ชัดแล้ว วิธีนี้ยังทำให้เราดูดีมีตรรกะในการไตร่ตรองคิดพิจารณาให้น้องๆ เพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้าได้เห็นศักยภาพในการแก้ไขปัญหาที่ดีอีกด้วย

  • ฟังความเห็นจากเพื่อนคู่คิดสำคัญ

การแก้ไขปัญหานั้นบางครั้งไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวคนเดียว การมีเพื่อนคู่คิดคนสำคัญก็สำคัญไม่แพ้กัน เหมือนที่โฮล์มส์ต้องมีหมอวัตสันค่อยช่วยเหลือทางความคิดอยู่เสมอ เพราะบางปัญหาที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการพิจารณาจากเหตุการณ์และหลักฐานแล้ว ประสบการณ์และมุมความคิดบางอย่างจากเพื่อนคู่คิดก็สามารถเป็นกุญแจสำคัญในการหาต้นตอความผิดพลาดในการทำงานที่เกิดขึ้นได้ รวมไปถึงวิธีแก้ไขและป้องกันในการทำงานร่วมกันต่อๆ ไปอีกด้วย

See the source image

สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นแฟนคลับของ เชอร์ล็อก โฮล์ม ( Sherlock Holmes) คงจะทราบกันดีอยู่แล้วถึงความอัจฉริยะ ในการวิเคราะห์คดีต่างๆ ด้วยการสังเกต และทักษะการอนุมาน แต่เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทักษะการอนุมานมีขั้นตอนการคิดยังไง วันนี้เราไปหาความรู้ของรูปแบบการอนุมานที่ เชอร์ล็อค โฮล์ม ( Sherlock Holmes) ใช้กัน

ทักษะวิเคราะห์หลักอนุมานของ เชอร์ล็อค โฮล์มส์

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes)

1. สังเกตการณ์ทุกรายละเอียด

คือการมองทุกสิ่งอย่างละเอียดโดยไม่มองข้าม แม้จดเล็กน้อย อย่างในตอนที่หมอวัตสันส่งนาฬิกาให้ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ แล้วให้เขาบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของนาฬิกา เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เอามันขึ้นมาดูทุกกระเบียดนิ้ว แล้วสังเกตได้หลายสิ่งว่านาฬิกาเรือนนี้ต้องมีราคาแพงเพราะทำด้วยทอง มีอายุ 50 ปีเป็นอย่างน้อย ด้านหลังมีอักษรตัวย่อคำว่า H.W. มีเครื่องหมายของร้านรับจำนำ มีรอยขีดข่วนรอบตัวนาฬิกา โดยเฉพาะที่ปุ่มไขลาน มีรอยบุ๋มเล็กๆ หลายแห่ง

2.วิเคราะห์สิ่งที่สังเกตได้

อักษรย่อ H.W. อาจเป็นญาติของหมอวัตส้นหรืออาจไม่ใช่ แต่มีนามสกุลคล้ายกัน ส่วนรอยบุ๋มและรอยขีดข่วน อาจเกิดจาการใส่ไว้กระเป๋าเสื้อพร้อมกับเหรียญ หรือไม่ได้รับการดูแลที่ดีนักรอยสึกบริเวณตรงเม็ดมะยมไขลาน อาจจะเกิดขึ้นจากเจ้าของที่ไม่สมประกอบทางสมอง หรือตาบอด หรือเมาสุรา หรือชอบไขลานขณะที่นั่งอยู่บนรถตอนแล่นผ่านถนนขรุขระ

3.ตัดข้อสังเกตที่วุ่นวายออกไป

สิ่งที่อธิบายได้ง่ายที่สุดมักจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ จากสภาพทรุดโทรมของนาฬิกา ทำให้รู้ว่าเจ้าของเป็นคนรักอิสระ ไม่ใส่ใจอะไรนักกับข้าวของ อักษร H.W. เป็นไปได้มากว่า น่าจะเป็นของหมอวัตสัน แต่ด้วยความเก่าคิดว่าน่าจะเป็นมรดกมาจากพ่อ รอยขีดข่วนที่เกิดจากร้านรับจำนำ สามารถบอกได้ว่า เจ้าของน่าจะขัดสนเรื่องเงินบ่อยๆ และคนๆนี้ต้องเมาอยู่บ่อยๆ จึงทำให้เกิดรอยบนเม็ดมะยมไขลาน

4.ปะติดปะต่อทุกรายละเอียด และสรุปถึงความน่าจะเป็น

เมื่อรวบรวมข้อสันนิษฐานได้ทั้งหมดแล้ว เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ก็เกี่ยวเรื่องราวเข้าด้วยกันแล้วบอกกับหมอวัตสันว่า “เจ้าของคือพี่ชายคนโตของหมอวัตสัน และได้รับมรดกมาจากพ่อ เขาเป็นคนไม่เรียบร้อย สะเพร่า ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีแต่ไม่รักดี จนชีวิตต้องพบกับความลำบากอยู่บ่อยครั้ง และบางครั้งก็รุ่งเรืองเพราะโชคช่วย แต่ด้วยชีวิตที่ไม่แน่นอนทำให้เขาติดเหล้า และตายก่อนวัยอันควร” หมอวัตสันตะลึงกับการอนุมานของ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เพราะทุกคำที่โฮล์มส์กล่าวล้วนถูกต้องทั้งหมด

ศาสตร์ของการอนุมานนั้นมีอยู่จริง และใช้กันเป็นอย่างมากในการสืบสวนคดีในสมัยปัจจุบัน หากเพื่อนๆ อยากรู้ว่า เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) มีความเก่งกาจในการใช้ศาสตร์อนุมานแค่ไหน ลองหามาอ่าน หรือหามาชมได้ เพราะเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ( Sherlock Holmes) คือที่สุดแห่งการอนุมานโดยแท้จริง

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป ความเสี่ยงของนักสืบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may use these HTML tags and attributes:

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>