สืบทรัพย์บังคับคดี

การบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทำการจ่ายหนี้

การบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทำการจ่ายหนี้ ด้วยแนวทางยึด อายัด ขายทอดตลาด เพื่อนำ เงิน

มา ใช้แก่ เจ้าหนี้ ตาม ค่าตัดสิน หรือ ปฏิบัติตาม ค่พิพากษาตาม คำ บังคับ โดยมี ขั้นตอน เป็นภาย

หลัง มีคำพิพากษา แล้วเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษา ควรมี การตั้งเจ้าหน้าที่ บังคับ คดี โดยศาล การ

บังคับคดี เป็นแนวทางการภายหลังที่ ศาลได้มีค่าตัดสินแล้ว รวมทั้ง ลูกหนี้ ตาม คำตัดสิน ได้รู้ค่า

บังคับตาม ช่วงเวลา ที่ศาล ให้มาแล้ว เมื่อทนาย ได้ยื่น คำแถลง ต่อศาล เพื่อขอตั้ง เจ้าหน้าที่บังคับ

คดี private detective bangkok

การบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทำการจ่ายหนี้

         ในกระบวนการบังคับคดีนั้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีหน้าที่สืบทรัพย์ของลูกหนี้เอง และต้อง

ติดต่อสำนักงานบังคับคดีและสำนักงานที่ดิน(กรณียึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ตั้ง) โดยเจ้าหนี้ตามคำ

พิพากษาจะต้องต้องเริ่มกระบวนการซึ่งกระบวนการเหล่านี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถทำได้เอง

แต่ทว่าการติดต่อหน่วยงานราชการนั้นมีความช้าด้วยระบบราชการ บางหน่วยงานไปยื่นเรื่องเพียงเรื่อง

เดียวแต่อาจต้องใช้เวลาทั้งวันเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง บางกรณีต้องมารอบที่สองและรอบที่สามเพื่อ

ยื่นเรื่องเพียงเรื่องเดียว ทั้งการกรอกแบบฟอร์มและเอกสารที่ต้องใช้นั้นมีความยุ่งยากและมีราย

ละเอียดที่เยอะมาก ซึ่งถ้าท่านไม่ได้ดำเนินการติดต่อเป็นปกติธุรแล้วนั้นย่อมสร้างปัญหาแก่ท่าน

มากมาย ทั้งเสียเวลา เจอปัญหาที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน มีผู้มาติดต่อราชการเยอะ ทำให้สถานที่คับ

แคบลง ไม่มีที่ให้นั่งคอยเนื่องจากจำนวนประชาชนที่มาติดต่อราชการนั้นมีจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้

ล้วนสร้างความยุ่งยากให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

เนื่องจากว่าหน้าที่ในการสืบทรัพย์นั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ฉะนั้นแล้วลูกหนี้ตามคำ

พิพากษาอาจยักย้าย ถ่ายเท หรือจำหน่ายทรัพย์นั้นไปในทางที่ทำให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเสีย

เปรียบ ทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน จึงเกิดปัญหาในทางปฏิบัติที่ไม่สามารถ

บังคับชำระหนี้ได้ และแม้ว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะได้รู้ถึงการกระทำดังกล่าวแต่ก็ไม่อาจหาหลัก

ฐานหรือไม่สามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกับลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ 

ทำไมต้องบังคับคดี

ภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชำระเงินแก่เจ้าหนี้แล้วนั้น เจ้าหนี้ตามคำ

พิพากษามีหน้าที่ในการสืบทรัพย์และบังคับคดีเอง ซึ่งเจ้าหนี้ฯจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเองในการบังคับ

คดีทั้งหมด ทั้งการติดต่อหน่วยงานราชการ ทั้งการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการ

ที่ยุ่งยาก และละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก เมื่อศาลสั่งให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์นั้น ไม่ได้หมายความ

ว่าเจ้าหนี้จะได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ในทันทีนใด เพราะลูกหนี้บางคนอาจยังไม่ยินยอมชำระหนี้

ตามคำพิพากษานั้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เจ้าหนี้จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการบังคับคดีเพื่อให้ลูกหนี้

ทำการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งกระบนการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธี

พิจารณาความแพ่ง ได้กำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ชนะคดีตามคำพิพากษาต้องปฏิบัติตามกฎหมายเสีย

ก่อน จึงจะมีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีออกไปทำการอายัดทรัพย์ยึดทรัพย์ ของลูกหนี้ หรือขับไล่

แล้วแต่กรณีไป จึงจะเห็นได้ว่าการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้นั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ ไม่หน้าที่ของ

เจ้าพนักงานบังคับคดีแต่อย่างใด และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำกรสีบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ เพราะคง

ไม่มีลูกหนี้รายใดยินยอมบอกเจ้าหนี้ว่าตนเองมีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดี

ตามมาทำการยึดทรัพย์ของตน private detective bangkok

การสืบทรัพย์

(การที่เจ้าหนี้ต้องสืบหาว่าลูกหนี้ของตนมีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้างนั้น) ถือว่าเป็นงานยากที่สุดในขั้นตอน

ของการบังคับคดี หรือในบางคดีขั้นตอนการสืบทรัพย์จะมีความยากมากกว่าการฟ้องคดีเพื่อบังคับให้

ลูกหนี้ชำระหนี้เสียอีก เพราะโดยปกติถ้าลูกหนี้ไม่ต้องการที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ก็ย่อมที่จะต้อง

ทำการปกปิด ซ่อนเร้น ทรัพย์สินของตน หรือมีการจำหน่ายหรือโอนทรัพย์สินของตนไปให้ผู้อื่น เพื่อ

ไม่ให้เจ้าหนี้หาพบ ดังนั้นนักสีบที่จะทำการสีบทรัพย์นั้น ต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายเป็นอย่างดี มีความ

รู้ความชำนาญในงานสืบสวน และมีประสบการณ์ในการบังคับคดีภาคสนาม เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าหนี้อาจ

ต้องเสียค่าใช่จ่ายในขั้นตอนการสืบทรัพย์นี้เป็นจำนวนมาก และไม่สามารถสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้

พบด้วย ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลส่วนด้ว หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ถือเป็นสิทธิเฉพาะด้ว

ของลูกหนี้ ถ้าลูกหนี้ไม่ให้ความยินยอม ผู้อื่นก็ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ได้ เพราะผู้ที่ทำการ

เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจมีความผิดได้ หรือถูกลูกหนี้ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ทำให้หน่วยงานราชการ

ธนาคาร หรือหน่วยงานเอกชนต่าง ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ให้เจ้านี้ทราบ เว้นแต่มีบางกรณี

หากเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวแล้วก็สามารถขอตรวจสอบได้ จึงเห็นได้ว่าการสืบทรัพย์ของลูก

หนี้จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก

การสืบทรัพย์ นักสืบจะต้องสืบหาทรัพย์สินทุกประเภทที่เป็นของลูกหนี้ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน

คอนโด ที่ดินทาวน์เฮ้าส์ อพร์ทเมนท์ หรือ สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เป็นต้น สังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์

เครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น ตลอดจนทรัพย์ ทรัพย์สินอื่นๆ ที่ลูกหนี้มีอยู่ หรือสิทธิเรียกร้องของลูก

หนี้ เช่น เงินในบัญชีธนาคาร เงินที่จะได้รับตามสัญญาจ้าง การเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ การเป็นเจ้าของหลัก

ทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เงินปันผล เป็นต้น แต่เมื่อสิบพบแล้วก็ต้องดูว่าสามารถยึด อายัดได้หรือไม่

โดยต้องพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 301 และ 302 ซึ่งได้บัญญัติไว้

ว่าทรัพย์สินประเภทใดที่เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดได้บ้าง private detective bangkok

ทรัพย์สินที่ไม่สามารถยึดหรืออายัดได้ตามกฎหมาย

1. เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัว โดยประมาณรวมกัน ราคาไม่

เกินประเภทละสองหมื่นบาท

2. สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพเท่าที่จำเป็น ในการเลี้ยง

ชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ราคารวมกันโดยประมาณไม่เกินหนึ่งแสนบาท

3. สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์จำป็นต้องใช้ทำหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะของลูกหนี้ตามคำ

พิพากษา

4. ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพกษาอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือ สำหรับวงศ์

ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมาย หรือสมุดบัญชีต่าง ๆ

5. ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิด แห่งการ

บังคับคดี

6. เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้ เพื่อเลี้ยง

ชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท

7. เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันขอข้าราชการ เจ้า

หน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วราชการ ได้จ่ายให้

แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น

8. เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกัน ของพนักงาน

ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน 7. ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น

หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละ สองหมื่นบาท

9. บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้ในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม 8. เป็นจำนวนไม่เกิน สามแสน

บาท

10. เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่น เป็น

จำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานบังคับคดี เห็น

สมควร

ทรัพย์สินที่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (ยึดได้) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

1. สังหาริมทรัพย์มีรูปร่าง ( มาตรา 303 )

2. สังหาริมทรัพย์มีทะเบียน เรือ แพ สัตว์พาหนะ ( มาตรา 304 )

3. หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์ ( มาตรา 305 )

4. ตั๋วเงิน หรือ ตราสารเปลี่ยนมือ ( มาตรา 306 )

5. หุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ บริษัทจำกัด ( มาตรา 307 )

6. สิทธิในสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิชสิทธิ์ สิทธิในชื่อทางการค้าหรือยี่ห้อ ( มาตรา 308 และ

มาตรา 309 )

7. สิทธิการเช่าทรัพย์สิน หรือสิทธิที่จะใช้บริการต่างๆ ( มาตรา 310 )

8. สิทธิตามใบอนุญาต ประทานบัตร ส้มปทาน ( มาตรา 311 )

9. อสังหาริมทรัพย์ ( มาตรา 312 )

10. ทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ( มาตรา 313 )

อ่านบทความน่่าสนใจถัดไป สืบหาคนหายเบื้องต้นก่อนจ้างนักสืบ  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may use these HTML tags and attributes:

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>