สืบหาคนหายเบื้องต้นก่อนจ้างนักสืบ  

ปัญหาคนในครอบครัวหนีออกจากบ้านหรือหายตัว

ปัญหาคนในครอบครัวหนีออกจากบ้านหรือหายตัว

ปัญหาคนในครอบครัวหนีออกจากบ้านหรือหายตัว เกิดจากสาเหตุหลายๆ อย่างเช่น ทะเลาะภายใน

ครอบครัว, หนีหนี้, ถูกล่อลวงจากบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็น การแชทหรือสื่อทางโซเชียลมีเดีย,

ชู้สาว, ผู้ป่วยทางสมอง, อุบัติเหตุ, ลักพาตัว ฯลฯ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่อคนในครอบครัวหรือ

คนใกล้ชิดหาย บุคคลเหล่านั้นล้วนจึงไม่ควรปล่อยไว้นาน อย่าคิดว่าเดี๋ยวคงจะกลับมาเอง เพราะยิ่ง

นานจะยิ่งตามหาตัวยาก

ปัญหาคือหลายท่านที่ต้องการตามหาคนหาย ล้วนไม่ทราบขั้นตอน หรือวิธีดำเนินการติดตาม ไม่รู้ว่า

จะต้องเริ่มต้องสืบหาข้อมูลจากตรงไหนก่อน จึงเป็นเหตุให้ไม่อาจติดตามบุคคลเหล่านั้นได้ นอกจาก

การรอให้ถึง 24 ชั่วโมงเพื่อแจ้งความคนหายแล้ว การจ้างนักสืบอาชีพตามหาคนหาย จึงเป็นอีกวิธีที่

หลายท่านนิยมใช้บริการ

จากเหตุผลดังกล่าว จึงขอแนะนำวิธีการตามหาคนหายเบื้องต้น ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ก่อนที่จะถึง

เวลาแจ้งความ(24ชม.) หรือรอขั้นตอนตามกฎหมาย หรือจ้างนักสืบเพื่อตามหา ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสใน

การเจอตัวที่มากขึ้นและเร็วขึ้น

วิธีการตามหาคนหายเบื้องต้น

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ปัญหาคือในการตามหาคนหายนั้น ล้วนไม่ทราบขั้นตอน หรือวิธีดำเนินการ

ติดตาม ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้องสืบจากตรงไหน เมื่อไม่ทราบขั้นตอน หรือวิธีการดำเนินการติดตาม เป็น

เหตุให้ไม่อาจติดตามหาบุคคลเหล่านั้นได้

วิธีการดำเนินการติดตามคนหายแบ่งออกมาได้ ดังนี้

วิเคราะห์อุปนิสัยและพฤติกรรมของคนหาย

หมายถึงการที่ นำอุปินิสัย พฤติกรรมของคนหายมาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ถึงเบาะแสในการติดตาม

โดยข้อมูลในส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากพฤติกรรรมของคนหายจะเชื่อมโยงกับ

สถานที่ซึ่งคนหายอาจจะพลัดหลงไป เช่น

การขึ้นรถประจำทางของคนหาย ครอบครัวของคนหายควรตรวจสอบว่ารถประจำทางสายใดบ้างที่ผ่าน

บริเวณบ้าน หรือสถานที่ซึ่งคนหายมักจะใช้ในการเดินทาง ซึ่งอาจจะทำให้ทราบเบาะแสว่าควรจะไป

ตามคนหายที่ใดได้บ้าง หรือตรวจสอบยังสถานที่ที่คนหายคุ้นเคยหรือไปเป็นประจำหรือไปเป็นประจำ

เช่น ที่ทำงาน , บ้านเพื่อนสนิท, ฯลฯ ซึ่งมีโอกาสสูงที่คนหายอาจไป

สืบค้นเบาะแสจากบุคคลแวดล้อม

การสืบค้นเบาะแสจากบุคคลแวดล้อมถือว่าเป็นการหาเบาะแสสำคัญในการตามหาคนหายที่เจตนา

หลบหนีเนื่องจากคนหายไปในลักษณะ ดังกล่าวอาจจะเคยเล่าข้อมูล ให้เพื่อนสนิทฟังว่ากำลังคบหา

พูดคุยกับใคร หรืออาจจะเคยเล่าให้ฟังว่ามีใครในอินเตอร์เน็ตนัดไปเจอ หรือกำลังหลบหนีอะไร หรือมี

ปัญหาใด

สืบจากสมาชิกในครอบครัว

สมาชิกในบ้านเป็นบุคคลที่มีความสนิทสนมและใกล้ชิดกับคนหายมากที่สุด โดยเฉพาะในครอบครัว

ใหญ่ซึ่งมีสมาชิกหลายคน คนหายอาจจะให้ความสนิทสนมกับคนในครอบครัวบางคนที่เขาไว้ใจมาก

ที่สุด และอาจจะเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังซึ่งข้อมูลตรงจุดนี้อาจจะนำมาประมวลเป็นเบาะแสได้ เช่น คน

หายอาจจะเคยเล่าถึง เพื่อนสนิทหรือเพื่อนทีเพิ่งรู้จักกันในการเล่นแชทไลน์ทางอินเตอร์เน็ตซึ่งเมื่อนำ

ข้อมูลวิเคราะห์อาจจะทำให้ ทราบว่าคนหายอาจจะไปไหน หรือพักอาศัยอยู่กับใคร

เพื่อนคนหาย

เพื่อนคนหาย ถือว่าเป็นเบาะแสสำคัญในการที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนหาย เนื่องจากคนที่หายไปนั้น

อาจจะเคยเล่าเรื่องราว ปัญหาต่างๆ ให้เพื่อนๆที่สนิทฟัง หรือไม่บางครั้งเพื่อนสนิทของคนหายก็อาจ

จะกำลังมีปัญหาด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ครอบครัวคนหาย ทราบข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ล่อลวงคนหายไปว่า

เป็นใคร เพื่อนสนิทของคนหาย คือ บุคคลที่อาจจะให้ที่พักพิงกับคนหายหรือ กำลังให้การช่วยเหลือ

คนหายดังนั้นเพื่อนสนิทจึงถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะหาความจริงว่าคนหายไปอยู่ที่ไหน

การตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของคนหาย

การสืบสวนติดตามหาคนหายในกรณีเจตนาหลบหนี, การติดเล่นแชทไลน์ทางอินเตอร์เน็ต, หรือชู้สาว

ควรเริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของคนหาย เนื่องจากจะมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบุคคล

ที่เคยติดต่อพูดคุยกับคนหายทางโทรศัพท์ เนื่องจากคนหายอาจจะเคยแลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์

กับผู้ที่พาคนหายไป ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์มีทั้งประเภทที่ครอบครัวคนหายสามารถขอ

ตรวจสอบกับผู้ให้บริการได้เอง กับประเภทที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบให้ หรือแม้แต่

การจ้างนักสืบเอกชนเช็คเบอร์ก็ตาม

กรณีต้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของแต่ละเครือข่ายด้วยตัวเอง เอกสารที่จำเป็นต้องใช้มีดังนี้

  1. หนังสือขอความร่วมมือจากสถานีตำรวจ ลงนามโดย นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร, พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี, หรือนายตำรวจยศพันตำรวจเอก(ผู้กำกับการ)ขึ้นไป
  2. แนบเอกสารบันทึกทางคดี หรือหลักฐานการแจ้งความ

โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์บริการเครือข่ายเบอร์ของคนหาย

การตรวจสอบข้อมูลการใช้อินเตอร์ของคนหาย

ถือได้ว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สำคัญ คือ ให้สมาชิกในครอบครัวที่เล่นแชททางอินเตอร์เน็ตได้แอดอีเมล์

ของคนหายและผู้ที่ต้องสงสัยว่าพาคนหายไปเพื่อปลอมตัวเข้าไป สนทนากับบุคคลทั้งคู่ในกรณีที่

บุคคลดังกล่าวอาจจะออนไลน์ในโปรแกรมแชทแต่ทั้งนี้ อีเมล์ของผู้ที่ปลอมตัวเข้าไปคุยนั้นคนหาย

ต้องไม่รู้จักโดยการพูดคุยกันนั้นให้คุยเรื่องทั่วไปก่อนเพื่อให้บุคคลนั้นไว้ใจแล้วจึงสอบถามข้อมูลส่วน

ตัวว่าคนหายหรือคนที่ต้องสงสัยว่าพาคนหายไป

หาเบาะแสจากห้องนอนของคนหาย

การหาข้อมูลในห้องนอนของคนหาย คือ แนวทางค้นหาเบาะแสอีกทางหนึ่งในการติดตามหาคนหาย

สิ่งที่ควรตรวจสอบ เช่น

1.ตู้เสื้อผ้าของคนหาย

ตรวจสอบดูว่าคนหายมีการเก็บเสื้อผ้าไปด้วยหรือไม่ ถ้ามีการเก็บเสื้อผ้าแสดงว่าได้ถึงการเตรียมตัว

เป็นอย่างดีของคนหายในการหนีออกจากบ้าน แต่หากคนหายไม่ได้เก็บเสื้อผ้าไปด้วย ควรตั้งประเด็น

สาเหตุการหายตัวไปในกรณีอื่นๆ เช่น การเกิดอุบัติเหตุหรือถูกล่อลวง

 2.สมุดบันทึก หนังสือ ของคนหาย

การตรวจสอบสมุดบันทึก, หนังสือเรียน, ฯลฯ ของคนหายอาจจะทำให้พบเบาะแสสำคัญในการติดตาม

คนหาย บางครั้งคนหายอาจจะเคยจดหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ ที่อยู่ หรือชื่อคนที่รู้จัก หรือเคยติดต่อ

กันไว้ในสมุดบันทึกเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้ครอบครัวทราบเบาะแสเพิ่มเติมในการติดตามคนหาย

3.การตรวจสอบจุดที่คนหายเก็บเงินหรือทรัพย์สินไว้

ทั้งนี้เพื่อตรวจดูว่าคนหายได้มีการเก็บทรัพย์สินไปหรือไม่ การที่คนหายเก็บทรัพย์สินไปด้วยทั้งหมด

หมายถึงมีการเตรียมตัวที่จะหายออกจากบ้านมีเจตนาหลบหนีที่ชัดเจน แต่หากว่าทรัพย์ของคนหายยัง

คงอยู่ที่เดิมไม่มีการเคลื่อนย้าย หรือไม่นำติดตัวไปด้วยนั่นอาจหมายถึงว่าคนหายไม่มีการเตรียมตัว

หรือไม่ได้ตั้งใจที่จะไป ซึ่งกรณี ดังกล่าว ควรตั้งประเด็นสาเหตุการหายตัวไปในกรณีอื่นๆ ด้วย เช่น

การเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุฉุกเฉินกับคนหายจึงทำให้คนหายไม่สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ

4.กระดาษ หรือจดหมาย ที่คนหายอาจจะเขียนลา

การตรวจสอบดูว่าคนหายอาจจะทิ้งจดหมายที่เขียนลาไว้ให้ครอบครัวซึ่งหลักฐานดังกล่าว อาจจะเป็น

เบาะแสในการชี้ว่าคนหายหายออกจากบ้านไปเพราะสาเหตุใดและอาจจะเชื่อมโยงกับแนวทางการ

ติดตามหาคนหาย

แผนกนิติเวชและประชาสัมพันธ์ตามโรงพยาบาลต่างๆ

แผนกนิติเวชและประชาสัมพันธ์ตามโรงพยาบาลต่างๆ ถือว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่ครอบครัวคนหาย

ควรไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้หายเนื่องจากมีผู้หายตัวอาจเสียชีวิตหรืออาจประสบอุบัติเหตุ หลาย

รายที่ได้รับการนำส่งมายังแผนกนิติเวชตามโรงพยาบาลต่างๆ บางครั้งผู้หายตัวอาจจะไม่มีเอกสาร

หรือหลักฐานใดแสดงตัว จึงทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถติดต่อญาติได้

หน่วยกู้ภัย

หน่วยกู้ภัย เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการส่งตัวผู้บาดเจ็บให้ได้รับการรักษายัง

โรงพยาบาล โดยหน่วยกู้ภัยที่ไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนั้นจะเก็บข้อมูลชื่อและรูปพรรณของผู้บาดเจ็บที่

ได้นำส่งโรงพยาบาล ดังนั้นหน่วยกู้ภัยจึงเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ครอบครัวคนหายต้องไปตรวจสอบ

ข้อมูล โดยในต่างจังหวัดนั้นให้ติดต่อไปยังหน่วยกู้ภัยที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ หากไม่ทราบว่า

เป็นหน่วยงานไหน ให้สอบถามไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่นั้นๆเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำงาน

ประสานกับหน่วยกู้ภัยในพื้นที่อยู่แล้ว

การตรวจสอบที่อู่รถโดยสารประจำทาง

ในเรื่องที่ คน หาย สามารถ ขึ้นรถส เอง ได้ นั้น อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมี ความ เป็นไปได้ว่า คนหาย

บางที่อาจจะขึ้นรถบัสเพื่อ หาทาง กลับไปอยู่ที่บ้าน แต่ว่า ก็ ไม่เคยรู้จุดหมาย(ใน กรณี คน หาย เป็น

เด็ก หรือ ป่วยไข้ อัลไซเมอร์) ว่า จะเดินทางไป ที่แห่งไหน จะนั้นอาจมีความน่าจะเป็นไปได้ว่าคน

หาย จะขึ้นรถเมล์ ไป อย่างไร้จุดมุ่งหมาย หรือ หลงทาง ครอบครัว คน หาย ควรจะวิเคราะห์ว่ารถเมล์

สาย ใด บ้าง ที่ผ่าน รอบๆ บ้าน แต่ว่า ถ้า คน หาย ไม่อาจจะ ขึ้นรถประจำทาง ได้ ตามลำพัง มี ความ

น่าจะเป็นไปได้ ก็ บางทีอาจ เป็นได้ ว่าว่า คน หาย ดัง จะ ใช้ กรรมวิธีการเดิน ไปเรื่อย เพราะเหตุว่า

ไม่คุ้นเคย สำหรับการ ขึ้นรถ

การแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ

สถานีตำรวจ คือ สถานที่แรกที่ครอบครัวคนหายควรไปติดต่อเพื่อแจ้งความคนหาย ซึ่งการไปแจ้ง

ความคนหายนั้นครอบครัวคนหายสามารถตรวจสอบการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในในท้องที่นั้นๆ ได้ด้วย

เนื่องจากปกติการเกิดอุบัติเหตุต่างๆในพื้นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุก็จะเดินทางไปสถานที่

เกิดเหตุและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในกรณีเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสนั้น โดยปกติทาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือโรงพยาบาลที่รับตัวคนเจ็บไปรักษานั้น จะต้องรีบติดต่อไปยังครอบครัวคนหาย

โดยเร็วที่สุด จากข้อมูลในเอกสารหรือ บัตรประจำตัวประชาชนของคนหาย

การตรวจสอบยังกรมราชทัณฑ์

เป็น อีก โอกาส หนึ่ง ที่ดิน ครอบครัว ของ คน หาย ควรจะ จัดการตรวจตรา ภายหลังที่ ทดลองตรวจ

ตรา ตาม สถานที่ ได้ เสนอแนะ ใน ข้างต้น หมด แล้ว เนื่องจาก ในเรื่องที่ คน หาย ปองร้าย บุคคลอื่น

โดย คน หาย บางทีอาจ หลงทางว่ากำลังโดนบุคคล ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ประทุษร้าย ส่งผลให้

ผู้ร้าย บางทีอาจ ถูก ฟ้องร้องคดี ใน ข้อกล่าวหา ป่องร้าย ก็เลยมี ความน่าจะเป็นไปได้ ว่าคน หาย

บางทีอาจ ถูกคุมตัว ใน คุกที่ใด แห่งหนึ่งก็ เป็นไปได้

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป Graphic design มีส่วนช่วยธุรกิจอย่างไรบ้าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may use these HTML tags and attributes:

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>