หุ้นไทยปิดร่วง 18.73 จุด ตามตปท.จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดร่วง 18.73 จุด ตามตปท.จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน/สัปดาห์หน้าลุ้นขึ้น

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,340.92 จุด ลดลง 18.73 จุด (-1.38%) มูลค่าการซื้อขาย 46,529.79 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,350.93 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,337.21 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 398 หลักทรัพย์ ลดลง 1,097 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 293 หลักทรัพย์

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศ ทั้งตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ติดลบ เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ปรับตัวลง เหมือนกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ติดลบ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจีนมีการตอบโต้สหรัฐฯด้วยการสั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐที่เมืองเฉิงตู ซึ่งมองว่าเป็นประเด็นการเมือง และมีความกังวลว่าจะลุกลามไปอย่างอื่นอีก

นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้งในสหรัฐฯ และบราซิล ก็ยังมีผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนสูงอยู่มาก รวมถึงเริ่มเห็นแรงขายจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ทั้งที่กำไรก็ออกมาดีกว่าคาด แต่การที่ถูกขายออกมาอาจเป็นการมองถึงแนวโน้มที่กังวลว่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ตรงนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไต้หวัน และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ต่างปรับตัวลงไปด้วย อ่านเพิ่มเติม

ดัชนี Sensex เปิดลบ 190.88 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย

ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย : ดัชนี Sensex เปิดลบ 190.88 จุด ตามทิศทางภูมิภาค

ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดแดนลบ ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างสหรัฐกับจีน โดยหุ้นกลุ่มการเงินและไอทีร่วงนำตลาด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนี Sensex เปิดวันนี้ที่ 37,949.59 จุด ลดลง 190.88 จุด หรือ -0.5% อ่านเพิ่มเติม

ปตท. ขอบคุณผู้ลงทุนเชื่อมั่น หลังปิดขายหุ้นกู้ 2 รุ่น รวม 15,000 ลบ.

ปตท. ขอบคุณผู้ลงทุนเชื่อมั่น หลังปิดขาย หุ้นกู้ 2 รุ่น รวม 15,000 ลบ. พร้อมเดินหน้า ตามเจตนารมณ์ดูแลด้านสิ่งแวดล้อม

หลังประสบความสำเร็จเสนอขาย หุ้นกู้ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือกรีนบอนด์ อายุ 3 ปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี สะท้อนความตื่นตัวกับการมีส่วนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประชาชน ผ่านกรีนบอนด์ที่ได้รับความสนใจ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ภายใต้โครงการตราสารหนี้ (Medium Term Note Program หรือ MTN Program) 2 รุ่น ได้แก่ หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือกรีนบอนด์ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.85% ต่อปี ระหว่างวันที่ 20 – 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และสามารถออกกรีนบอนด์อายุ 3 ปี มูลค่า 2,000 ล้านบาท และหุ้นกู้อายุ 7 ปี มูลค่า 13,000 ล้านบาท รวมมูลค่า 15,000 ล้านบาท ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง และผู้ลงทุนต้องการลงทุนในตราสารที่ออกโดยบริษัทที่มีความมั่นคงสูงและดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญในการรับผิดชอบชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยที่ 373.65 จุด ขานรับผลประกอบการดีเกินคาด

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยที่ 373.65 จุด ขานรับผลประกอบการดีเกินคาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (23 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในยุโรป แต่ตลาดยังคงถูกกดดันจากการที่นักลงทุนกังวลกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่สูงกว่าคาด, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงในยูโรโซน และความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.06% ปิดที่ 373.65 จุด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,211.44 จุด เพิ่มขึ้น 4.34 จุด หรือ +0.07%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,103.39 จุด ลดลง 0.86 จุด หรือ -0.01% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,033.76 จุด ลดลง 3.36 จุดหรือ -0.07% อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลงตามต่างประเทศ วิตกสถานการณ์โควิด – ราคาน้ำมันร่วง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลงตาม ต่างประเทศ วิตกสถานการณ์โควิด – ราคาน้ำมันร่วง ,ขัดแย้งจีน – สหรัฐ

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างติดลบกันเกือบทุกตลาด เช่นเดียวกับดาวโจนส์ที่ปรับตัวลงเมื่อคืนที่ผ่านมากว่า 300 จุด จากความกังวลการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากถึงกว่า 7 หมื่นคนรายต่อวัน อ่านเพิ่มเติม

Jitta Wealth เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking-U.S.

Jitta Wealth เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking-U.S. Tech ลงทุนธุรกิจเมกะเทรนด์ขับเคลื่อนโลก

บลจ.จิตตะ เวลธ์ จำกัด (Jitta Wealth) สตาร์ทอัพ WealthTech แรกของไทยที่ได้รับอนุญาตบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดให้บริการกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking – U.S. Tech เพื่อให้นักลงทุนได้มีโอกาสลงทุนหุ้นธุรกิจแห่งอนาคตในสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวที่เรียกว่า Jitta Ranking วิเคราะห์และคัดกรองหุ้นเทคโนโลยีประมาณ 30 หุ้นที่มีผลประกอบการดี เติบโตสูง น่าลงทุนที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แนสแดค (Nasdaq) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (NYSE) กระจายความเสี่ยงและปรับพอร์ตอัตโนมัติทุก 3 เดือน ซึ่งเป็นแนวทางที่พิสูจน์ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีแล้วพบว่า ทำกำไรได้เฉลี่ย 17.67% ต่อปี มากกว่าอัตราผลตอบแทนดัชนี Nasdaq ที่ทำได้ 16.09% ต่อปี และ S&P 500 ที่ทำได้ 13.56% ต่อปี โดยการลงทุนในกองทุนดังกล่าวเริ่มต้น 3 ล้านบาท

Jitta Ranking – U.S. Tech คือ การลงทุนหุ้นเทคโนโลยีด้วยเทคโนโลยี มีจุดเด่น คือ ช่วยคัดสรรหุ้นที่น่าลงทุนที่สุดด้วยอัลกอริทึมอย่างมีหลักการ ไม่โน้มเอียงไปตามความชอบส่วนบุคคล ทั้งรักษาวินัยการลงทุนที่ดีด้วยการปรับพอร์ตอัตโนมัติทุกๆ 3 เดือน พร้อมค่าธรรมเนียมที่ต่ำและยุติธรรม โดยมีค่าบริหารจัดการต่ำมากเพียง 0.5% ต่อปี และส่วนแบ่ง 10% ของกำไร ที่นักลงทุนจ่ายเฉพาะปีที่มีกำไรเท่านั้น

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานบริหารJitta Wealth กล่าวว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมเกือบ 4 ล้านคน และผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นวันละ 5-6 หมื่นคน ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับลดลง 0.01% จากต้นปี 2563 ดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวขึ้นมาถึง 17%

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเทคโนโลยีเป็นอันมาก เนื่องจากประชาชนต้องปรับตัว หันมาทำกิจกรรมเกือบแทบทุกอย่างออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้านหรือ Work from Home การเข้าร่วมงานสัมมนาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) การซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ (E-Commerce) สั่งอาหาร หรือสินค้า ผ่านบริการเดลิเวอรี่ (Delivery) และการรับชมภาพยนต์จากระบบสตรีมมิง (Streaming) ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ (Smartphone) หรือ แทบเล็ต (Tablet) อ่านเพิ่มเติม

SBITO ร่วมมือ อาคเนย์ เปิดบัญชีหุ้นรับคะแนนสะสม SPlus+

SBITO ร่วมมือ อาคเนย์ ขยายสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้า-พนักงานกลุ่มอาคเนย์ เปิดบัญชีหุ้นรับคะแนนสะสม SPlus+

SBITO ขยายความร่วมมือ อาคเนย์ หลังได้ผลตอบรับจากลูกค้ากลุ่มประกันที่สนใจการลงทุน พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า รวมถึงพนักงานกลุ่มอาคเนย์ เมื่อเปิดบัญชีกับ SBITO สำเร็จรับคะแนนสะสม SPlus+ 375 คะแนน ด้าน “คะซึนาริ โอกาวะ” ซีอีโอ SBITO มั่นใจได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนกลุ่มประกัน พร้อมย้ำการขยายฐานนักลงทุนไปยังกลุ่มใหม่ๆ ให้ได้มีโอกาสการลงทุนในตลาดทุนไทย

นายคะซึนาริ โอากวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอส บี ไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด(SBITO) ผู้ให้บริการธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างนักลงทุนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดทุนไทย บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกับหลากหลายธุรกิจ โดยหนึ่งในนั้นคือการร่วมมือกับ อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน หนึ่งในสายธุรกิจหลักของ บมจ.เครือไทย โฮลดิ้งส์ ผู้ให้บริการ S Plus+ แอปพลิเคชัน ซึ่งจากความร่วมมือได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าในธุรกิจประกันที่สนใจการลงทุนจนสิ้นสุดระยะเวลาโครงการฯ บริษัทฯ จึงได้ขยายความร่วมมือกับอาคเนย์ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์นี้ให้แก่ลูกค้าอาคเนย์ พร้อมขยายสิทธิประโยชน์ครอบคลุมถึงพนักงานกลุ่มอาคเนย์ ที่สนใจเรื่องการลงทุนได้เข้าถึงบริการและแพลทฟอร์มการลงทุนออนไลน์ของ SBITO ซึ่งสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย พร้อมกับค่าคอมมิชชั่นที่ดีที่สุดในการลงทุน เพิ่มโอกาสให้นักลงทุนกลุ่มประกันได้เข้าถึงการลงในตลาดการลงทุนของประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติม

ฮั่งเส็งเปิดบวก 177.96 จุด ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้น

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ฮั่งเส็งเปิดบวก 177.96 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกเช้านี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนทำให้นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นที่ปลอดภัยและสามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ดี (defensive stocks) เช่นหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคและกลุ่มสาธารณูปโภค

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดบวก 177.96 จุด หรือ +0.71% แตะที่ 25,235.90 จุด อ่านเพิ่มเติม

ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.14% นักลงทุนวิตกสถานการณ์โควิด-19

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.14% นักลงทุนวิตกสถานการณ์โควิด-19

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทั้งในสหรัฐและทั่วโลก

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.14% สู่ระดับ 94.9851 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9297 ฟรังก์ จากระดับ 0.9327 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3414 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3438 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 107.23 เยน จากระดับ 106.78 เยน อ่านเพิ่มเติม

กรุงศรีรายงานผลกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2563 จำนวน 13.5 พันล้านบาท

“กรุงศรี” รายงานผลกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2563 จำนวน 13.5 พันล้านบาท สินเชื่อเติบโต 2.0%

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลการดำเนินงานสำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2563 โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 13.5 พันล้านบาท ลดลง 31.4% จากช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นจำนวน 50% ของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

หากไม่รวมรายการพิเศษในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ลดลง 2.9% หรือจำนวน 0.4 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2562 โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อการขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 4.3 พันล้านบาท ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 และนโยบายการตั้งสำรองด้วยความรอบคอบระมัดระวังในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวรุนแรง

สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2563

กำไรสุทธิ: จำนวน 13.5 พันล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563เงินให้สินเชื่อ: เพิ่มขึ้น 2.0% หรือจำนวน 36.9 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากมาตรการสนับสนุนเพื่อตอบสนองความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ โดยเฉพาะการเสริมสภาพคล่องภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่กลุ่มลูกค้า SME ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 สินเชื่อลูกค้าธุรกิจและสินเชื่อลูกค้า SME เพิ่มขึ้น 4.3% และ 3.3% ตามลำดับ ขณะที่สินเชื่อลูกค้ารายย่อยปรับลดลง 0.1%เงินรับฝาก: เพิ่มขึ้น 8.4% หรือจำนวน 131.8 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 สอดคล้องกับอุตสาหกรรมธนาคารทั้งระบบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.74% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 เทียบกับ 3.69% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 เนื่องจากต้นทุนทางการเงินปรับลดลงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: ลดลง 40.3% หรือจำนวน 10.7 พันล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปี 2562 เนื่องจากไม่มีการบันทึกกำไรจากการลงทุนเหมือนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 และการปรับลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ซึ่งเป็นผลจากกิจกรรมทางธุรกิจของลูกค้ารายย่อยที่ซบเซาตามสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว หากไม่รวมรายการพิเศษที่บันทึกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 11.7% หรือจำนวน 2.1 พันล้านบาทอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: อยู่ที่ระดับ 41.4% เทียบกับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานตามปกติในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 45.4% สะท้อนการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเชิงรุกเพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินงานที่ไม่เอื้ออำนวยในปัจจุบันอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio): อยู่ที่ระดับ 2.20% เทียบกับ 1.98% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้: อยู่ที่ระดับ 156.2% เทียบกับ 163.8% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: อยู่ที่ 16.61% อ่านเพิ่มเติม