เงินติดล้อ หนุนลูกค้าฟื้นตัวจากพิษโควิด-19 ลดการกู้นอกระบบ

เงินติดล้อ หนุนลูกค้าฟื้นตัวจากพิษโควิด-19 ลดการกู้นอกระบบ

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลต่อรายได้และการประกอบอาชีพเป็นอย่างมาก แม้ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศจะอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่ประชาชนระดับฐานราก หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ยังคงต้องการเงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการของตนเอง ปัจจุบันเงินติดล้อมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพตนเอง และเพื่อช่วยให้ลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางไม่ต้องหันไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบ ซึ่งเปรียบเหมือนหนี้นรกที่คอยซ้ำเติมความทุกข์ยากของลูกค้าและสังคม

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่ผ่านมา เงินติดล้อให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปแล้วมากกว่า 150,000 คน มูลค่าสินเชื่อรวมกว่า 15,000 ล้านบาท อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดบวกที่ 376.70 จุด ขานรับ EU ไฟเขียวตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวกที่ 376.70 จุด ขานรับ EU ไฟเขียวตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ผู้นำสหภาพยุโรป (EU ) บรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.32% ปิดที่ 376.70 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,171.83 จุด เพิ่มขึ้น 124.91 จุด หรือ +0.96%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,104.28 จุด เพิ่มขึ้น 11.11 จุด หรือ +0.22% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,269.73 จุด เพิ่มขึ้น 8.21 จุด หรือ +0.13% อ่านเพิ่มเติม

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.9718 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.9718 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนแข็งค่าขึ้น 0.0144 อยู่ที่ระดับ 6.9718 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันนี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน อ่านเพิ่มเติม

หุ้นไทยปิดพุ่ง 11.72 จุด ขานรับนายกฯเปิดโผครม.ยอมรับทาบ”ปรีดี ดาวฉาย”

ภาวะตลาดหุ้นไทย : หุ้นไทยปิดพุ่ง 11.72 จุด ขานรับนายกฯเปิดโผครม.ยอมรับทาบ”ปรีดี ดาวฉาย”/สัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,359.58 จุด เพิ่มขึ้น 11.72 จุด (+0.87%) มูลค่าการซื้อขาย 41,354.56 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,361.39 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,350.10 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 714 หลักทรัพย์ ลดลง 581 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 449 หลักทรัพย์

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงท้าย หลังนายกรัฐมนตรีออกมายอมรับว่าได้ทาบทามนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เข้าร่วมทีมเศรษฐกิจในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำตอบ พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่คุมทีมเศรษฐกิจด้วยตนเอง ซึ่งความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นปัจจัยบวกของตลาดฯ

นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทย ก็ยังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่ราคาน้ำมัน และการท่องเที่ยวก็ยังไม่กลับมา ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังและเลือกหุ้นลงทุนเป็นรายตัวลักษณะเทรดดิ้งสั้น ๆ โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่ม Deomestic plays ที่มาช่วยพยุงตลาดไว้ พร้อมให้ติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยออกมาในช่วงนี้

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเคลื่อนไหวในแดนบวก-ลบคละกัน ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ส่วนใหญ่จะติดลบ สวนทางดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่บวกได้เล็กน้อย

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายมงคล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,320-1,370 จุด ซึ่งหากดัชนีฯยังไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,370 จุด ก็ถือว่ายังไม่จบการปรับฐาน

สัปดาห์หน้าให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เนื่องจากจะมีผลต่อราคาน้ำมัน และการท่องที่ยว รวมถึงให้ติดตามการทยอยประกาศงบฯของกลุ่มแบงก์ต่อไป และติดตามความคืบหน้าการปรับครม. รวมถึงตัวเลขส่งออกของไทยที่จะออกวันที่ 22 ก.ค.นี้ อีกทั้งเกาะติดความสัมพันธ์สหรัฐและจีน อย่างใกล้ชิด อ่านเพิ่มเติม

บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัว นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ – การแพร่ระบาดของโควิด

บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัว นักลงทุนจับตา ข้อมูลเศรษฐกิจ – การแพร่ระบาดของโควิด-19

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ณ เวลา 00.17 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 0.625% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.319%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้พุ่งขึ้นมากกว่า 14 ล้านราย และมียอดผู้เสียชีวิตเกือบ 6 แสนราย

สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ติดเชื้อจำนวน 3,695,581 ราย และมีผู้เสียชีวิต 141,125 ราย

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 73.2 ในเดือนก.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าดัชนีจะดีดตัวแตะระดับ 79.0 จากระดับ 78.1 ในเดือนมิ.ย.

ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลง โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ อ่านเพิ่มเติม

หุ้นโซลปิดบวก 0.80% นลท.คาดหวังว่าประเทศต่างๆออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ : หุ้นโซลปิดบวก 0.80% รับความหวังรัฐบาลกระตุ้นศก.

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังว่า ประเทศต่าง ๆ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เพิ่มขึ้น 17.43 จุด หรือ 0.80% ปิดที่ 2,201.19 จุด มีปริมาณการซื้อขายปานกลางที่ 561 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 10.1 ล้านล้านวอน (8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 483 ต่อ 362 อ่านเพิ่มเติม

ดัชนี Sensex เปิดบวก 76.07 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดบวกในวันนี้

ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย : ดัชนี Sensex เปิดบวก 76.07 จุด ตามทิศทางภูมิภาค

ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวขึ้น ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่เปิดบวกในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้น หลังจากตลาดร่วงลงเมื่อวานนี้ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนี Sensex เปิดวันนี้ที่ 36,547.75 จุด เพิ่มขึ้น 76.07 จุด หรือ +0.21%

หุ้น Tata Steel พุ่งขึ้น 3.64% หุ้น HDFC เพิ่มขึ้น 1.56% และหุ้น Larsen & Toubro ปรับตัวขึ้น 0.50% อ่านเพิ่มเติม

ธนาคารกรุงเทพ แจ้งปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ

ธนาคารกรุงเทพ แจ้งปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งขออภัยในความไม่สะดวก กรณีขอปิดปรับปรุงระบบงานชั่วคราว เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของธนาคารไม่สามารถใช้บริการในวันและช่วงเวลา ที่กำหนดได้ ตามรายละเอียด ดังนี้

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2563 เวลา 02.00 น. – 07.00 น.

บริการโมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank Mobile Banking) อ่านเพิ่มเติม

ยูโรอ่อนเทียบดอลล์ หลัง ECB คงดอกเบี้ย – วงเงินซื้อพันธบัตร

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ยูโรอ่อนเทียบดอลล์ หลัง ECB คงดอกเบี้ย – วงเงินซื้อพันธบัตร

สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ก.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและวงเงินซื้อพันธบัตรในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.27% สู่ระดับ 96.3457 เมื่อคืนนี้

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1378 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1405 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2546 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2580 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6967 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6998 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.37 เยน จากระดับ 106.95 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3573 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3508 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.9448 ฟรังก์ จากระดับ 0.9455 ฟรังก์

สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง หลังจากที่ประชุม ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) ที่ระดับ 1.35 ล้านล้านยูโร โดยจะซื้อพันธบัตรตามโครงการดังกล่าวจนถึงเดือนมิ.ย.2564

ส่วนดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งข้อมูลแรงงานของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.3 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.25 ล้านราย โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานยังคงมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านรายติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 16 แม้ว่ารัฐต่างๆได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และเปิดเศรษฐกิจก็ตาม อ่านเพิ่มเติม

พลัสฯ ชู 6 ทำเลบ้านเดี่ยวตอบโจทย์เรียลดีมานด์หนุนตลาดแนวราบยังแรงปีนี้

พลัส ฯ ชู 6 ทำเลบ้านเดี่ยวตอบโจทย์เรียลดีมานด์หนุนตลาดแนวราบยังแรงปีนี้

นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยหลังการระบาดโควิด-19 พบว่ากลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นในการสร้างครอบครัวให้ความสนใจในการเลือกซื้อบ้านแนวราบมากขึ้น ตลอดจนให้ความสำคัญเรื่องฟังก์ชั่นและการดีไซน์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยวิถีใหม่ (New Normal)

ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัสฯ ได้ทำการสำรวจทำเลที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและบริเวณโดยรอบ พบทำเลที่มีศักยภาพเหมาะสำหรับเป็นแหล่งอยู่อาศัยแห่งใหม่ เอื้อต่อการเดินทางเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งมี 6 ทำเลที่น่าสนใจ ดังนี้

1.บางนา (บางเสาธง-บางพลี-บางบ่อ) ถือเป็นทำเลทองแห่งที่อยู่อาศัยในอนาคต มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงเรียนนานาชาติ mixed-used ขนาดใหญ่อย่าง Mega City Bangna และ Bangkok Mall สามารถเดินทางสู่ใจกลางเมืองด้วยการคมนาคมหลากหลายช่องทาง ทั้งทางยกระดับบูรพาวิถีเชื่อมต่อทางด่วนเฉลิมมหานคร และมอเตอร์เวย์ รวมทั้งยังมีรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง ตัดผ่านเส้นบางนาตราดที่จะเปิดใช้ปลายปี 64 และในอนาคตยังมีรถไฟฟ้ารางเบา สายบางนา-สุวรรณภูมิ ที่เชื่อมต่อ BTS สายสีเขียวอ่อน มีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทำเลนี้ได้รับความนิยมมีโครงการเปิดใหม่อย่างคึกคักโดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวในช่วงราคา 3-5 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาที่ดินย่านบางเสาธงและบางบ่อมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.73% ราคาที่ดินในช่วงปี 59-62 โดยมีราคาที่ดินเฉลี่ยที่ 50,000 บาทต่อตารางวา

2.พระราม 2 (บางขุนเทียน-สมุทรสาคร) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาการคมนาคมทั้งทางยกระดับบางขุนเทียน-ปากท่อ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ซึ่งการมาของรถไฟฟ้าจะทำให้เกิดการเชื่อมต่อของการเดินทางฝั่งพระนคร ฝั่งธนบุรี และสมุทรปราการเข้าด้วยกัน ทำให้กลายเป็นอีกทำเลที่มีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นมาก อีกทั้งอยู่ในระดับราคาที่จับต้องได้ง่ายที่ 3-5 ล้านบาท สำหรับราคาที่ดินของทำเลพระราม 2 เติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 59-62 โดยมีราคาเฉลี่ยที่ดิน 44,000 บาทต่อตารางวา เติบโตเฉลี่ยที่ปีละ 9.77% ซึ่งนับว่าสูงกว่าหลายพื้นที่ อ่านเพิ่มเติม