เปแอสเชให้ได้หรือเปล่า?เนย์มาร์เผยแข้งที่อยากร่วมงานด้วย

เนย์มาร์

เนย์มาร์

เนย์มาร์ หัวหอกคนสำคัญของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดอก ส่วนตัวแล้วตนอยากจะร่วมงานกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มากๆ พร้อมบอกว่าเป้าหมายหลังจากนี้คือกวาดแชมป์ให้ได้ทุกรายการ รวมถึงมีทายาทรักเพิ่มด้วย

เนย์มาร์ กองหน้าคนดังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งวงการ ลีก เอิง ฝรั่งเศส เปิดเผยว่าตอนนี้ตนอยากจะเล่นร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ดูบ้าง

หัวหอกชาวบราซิเลียนเพิ่งเซ็นสัญญายาว 4 ปีกับสโมสรไปเมื่อไม่นานมานี้ จนทำให้ดูเหมือนว่าเขาอาจจะอยู่กับ “เปแอสเช” ไปอีกนาน ในทางกลับกัน อนาคตของ โรนัลโด้ กับ ยูเวนตุส กำลังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากมีข่าวลือมาโดยตลอดว่าเจ้าตัวผิดใจกับ อันเดรีย ปีร์

โล่ เทรนเนอร์ของทีม แถมยังมีรายงานด้วยว่า โรนัลโด้ จะหาทางชิ่ง “เบียงโคเนรี่” แน่นอน หากทีมไม่ได้สิทธิ์เล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

หลังโดน จีคิว สื่อชื่อดังถามว่าตอนนี้เขาอยากเล่นร่วมกับใครนั้น เนย์มาร์ ก็ตอบว่า “ผมคงจะเลือก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพราะที่ผ่านมาผมได้ร่วมงานกับนักเตะชั้นยอดอย่าง (ลิโอเนล) เมสซี่ และ (คีลิยัน) เอ็มบั๊ปเป้ มาแล้ว แต่ผมยังไม่เคยได้เล่นร่วมกับ โรนัลโด้ เลย”

ดาวเตะวัย 29 ปีเผยด้วยว่าเป้าหมายของตนในตอนนี้คือคว้าแชมป์มาครองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงอยากมีลูกอีกสัก 2 คน โดยพอถูกถามถึงเป้าหมายของตัวเองแล้วนั้น เขาก็ตอบว่า “ในแง่ของอาชีพการเล่นน่ะผมอยากได้แชมป์ฟุตบอลโลก นั่นเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน

อาชีพการเล่นของผมมาโดยตลอด แต่ผมก็อยากได้แชมป์ทุกรายการกับ เปแอสเช ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ กู๊ป เดอ ฟร้องซ์ (เทียบเท่ากับ เอฟเอ คัพ ของอังกฤษ) ผมกำลังจะอายุ 30 ปีแล้ว และผมอาชีพการเล่นที่ดี แต่ในชีวิตส่วนตัวแล้วนั้นผมก็อยากมีลูกอีก 2 คน เพื่อที่จะให้ เดวิด ลูกชายของผมได้มีพี่น้องบ้าง”

แทงบอลออนไลน์

เป็นตัวของตัวเอง!แกรี่หวังเห็นรูนี่ย์คุมดาร์บี้เล่นด้วยสไตล์ดุดัน

แกรี่ เนวิลล์

เจ็บแล้วจำ! แกรี เนวิลล์ ประกาศชัดไม่มีทางกลับมารับ

แกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็กขวาคนดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ส่วนตัวแล้วตนอยากให้ เวย์น รูนี่ย์ ทำทีม ดาร์บี้ ให้เล่นด้วยความดุดันเหมือนสมัยที่ รูนี่ย์ ยังอายุน้อยๆ ซึ่งเหมือนกับที่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ทำกับ แอต. มาดริด โดยบอกว่าการเป็นตัวของตัวเองถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความหวังว่า เวย์น รูนึ่ย์ อดีตเพื่อนร่วมทีมที่เพิ่งได้เป็นผู้จัดการทีม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ แบบถาวร

นั้น จะทำทีมในสไตล์เดียวกับ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ แอตเลติโก มาดริด นั่นคือทำให้ทีมเล่นแบบดุดันเหมือนสมัยที่ รูนี่ย์ ยังอยู่ในวัยหนุ่ม

หลังจากรับบทนักเตะควบกับกุนซือขัดตาทัพของ ดาร์บี้ มาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุด รูนี่ย์ ก็ได้เป็นกุนซือ “แกะเขาเหล็ก” แบบเต็มตัวเมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งมันก็ทำให้เขาตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพตามไปด้วย

เนวิลล์ เผยว่า “ผมหวังว่าทีมของเขาจะมีลักษณะนิสัยเหมือนกับ เวย์น รูนี่ย์ ผมหมายถึง เวย์น รูนี่ย์ เวอร์ชั่นเด็กน่ะ ไม่ใช่เวอร์ชั่นที่แก่แล้วและมีนิสัยเรียบร้อยขึ้น ผมรู้ดีว่ายุคนี้น่ะคนชอบให้คุณเป็นพวกที่พูดแบบสุขุม แต่ผมหวังว่าเขาจะเป็นเหมือน ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ สมัยที่ยังเป็นเด็กกับเป็นนักเตะนั้นเขาเป็นพวกดุดันและโหดเหี้ยม และทีมของเขาก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน”

“ที่จริงการไม่เป็นตัวของตัวเองคือสิ่งเดียวที่ผมเสียดายเมื่อย้อนนึกถึงสิ่งที่ผมเคยพยายามทำ ผมพยายามเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวของตัวเอง ทีมของผมควรจะเป็นทีมที่น่ารำคาญ, เล่นได้ป่า

เถื่อน และอันตราย มันควรจะเป็นทีมที่สร้างโดยยึดเอาความรู้สึกของผมเป็นศูนย์กลางในเรื่องที่ว่าทีมฟุตบอลมันควรจะเป็นยังไง แต่สุดท้ายผมไปวุ่นวายอยู่กับการแยกแยะคู่เซนเตอร์แบ็ก”

“ผมคงจะแนะนำใหเเขาเป็นตัวของตัวเอง สมัยเด็กๆ เขาเป็นนักเตะที่ดุร้ายแบบนักสู้ข้างถนน ดังนั้นเขาก็ควรจะเป็นแบบนั้นต่อไป เขาเคยเล่นแบบดุร้าย และเขาก็ควรจะให้ทีมของเขาเล่นแบบนั้น ก็หวังว่าทีมของเขาจะเล่นได้เหมือนกับสมัยที่เขาอยู่ในจุดพีคของอาชีพการค้าแข้งของเขานะ”

ทั้งนี้ รูนี่ย์ เพิ่งพาทีมเปิดรัง ไพรด์ พาร์ค เอาชนะ บอร์นมัธ 1-0 ในเกม เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม ที่่ผ่านมา จนทำให้ ดาร์บี้ เก็บเพิ่มเป็น 22 คะแนน จากการลงเล่น 24 นัด ขึ้นมาอยู่ที่ 21 ของตารางคะแนน ซึ่งเป็นโซนรอดจากการตกชั้น แต่ก็มีแต้มห่างจาก ร็อตเธอ

ร์แฮม ยูไนเต็ด ทีมในโซนตกชั้นแค่ 2 แต้มเท่านั้น แถมทีมของ รูนี่ย์ ยังลงเล่นมากกว่า 2 เกมด้วย โดยมันถือเป็นการแก้ตัวจากนัดประเดิมอาชีพกุนซือแบบเต็มตัวของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อวันเสาร์ที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา เขาเพิ่งพาทีมพ่าย ร็อตเธอร์แฮม 0-1 คาบ้านมาหมาดๆ

แทงบอลออนไลน์

ใจตรงกันแค่ไหน?2กูรูเพื่อนซี้เลือกรางวัลยอดเยี่ยมประจำซีซั่น

แกรี่ เนวิลล์ กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์

แกรี่ เนวิลล์ กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ 2 กูรูเพื่อนซี้มาเลือกรางวัลยอดเยี่ยมประจำซีซั่นกันตามปกติ ซึ่งพวกเขาเห็นต่างกันเรื่องการเสริมทัพยอดเยี่ยม แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วก็เห็นตรงกันเกือบจะทั้งหมด

แกรี่ เนวิลล์ กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์

ใจตรงกันแค่ไหน?2กูรูเพื่อนซี้เลือกรางวัลยอดเยี่ยมประจำซีซั่น

อดีต 2 ยอดแนวรับชาวอังกฤษที่ปัจจุบันเป็นกูรูให้กับ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีนั้น เลือกนักเตะที่เป็นการเสริมทัพยอดเยี่ยมของศึก

พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2020-21 ต่างกัน โดยที่ เนวิลล์ เลือก เอดินสัน คาวานี่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขณะที่ คาร์ราเกอร์ ยกตำแหน่งนั้นให้  โทมัส ซูเซ็ค กองกลาง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

คาวานี่ เข้ามาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบไร้ค่าตัวเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกหลายคนปรามาสว่ามันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของ “ปีศาจแดง” เท่านั้น และเชื่อว่าแข้ง

วัย 34 ปีไม่น่าจะช่วยอะไรทีมได้มากนัก แต่จนถึงตอนนี้ดาวเตะชาวอุรุกวัยก็ทำผลงานได้ดีกว่าที่หลายคนคาดเอาไว้จนทำไป 9 ประตูจากการลงเล่นในลีก 23 นัด

ขณะที่ ซูเซ็ค นั้น เพิ่งได้ย้ายจาก สลาเวีย ปราก มาอยู่กับ เวสต์แฮมฯ แบบถาวรเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านั้นเขามาเล่นให้ “ขุนค้อน” ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งดาวเตะวัย 26

ปีก็เล่นได้โดดเด่นมากๆ จนมีส่วนทำให้ทีมของกุนซือ เดวิด มอยส์ มีอันดับที่ดีในตอนนี้ตามไปด้วย

ทั้งนี้ นอกจากเรื่องการเสริมทัพยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลแล้วนั้น เนวิลล์ กับ คาร์ร่า ก็เห็นตรงกันเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลที่ทั้งคู่ต่างก็ยกว่า รูเบน ดิอาส กองหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ควรกับตำแหน่งนี้, แข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมที่ควรจะเป็นของ ฟิล โฟเด้น

มิดฟิลด์ “เรือใบสีฟ้า” และรางวัลกุนซือยอดเยี่ยมที่คิดว่า โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้ เหมาะกับตำแหน่งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนวิลล์ ก็เสริมว่าถ้าเกิดหลังจากนี้ โธมัส ทูเคิ่ล สามารถพา เชลซี ติดท็อปโฟร์และคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้นั้น ตนก็อาจจะเปลี่ยนให้ ทูเคิ่ล เป็นคนที่เหมาะกับตำแหน่งกุนซือยอดเยี่ยมประจำซีซั่นนี้

ในด้านทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลนั้น เนวิลล์ เลือกให้ เอดูอาร์ เมนดี้ เป็นผู้รักษาประตู ส่วนแนวรับ 4 คนประกอบด้วย ไคล์ วอล์คเกอร์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ดิอาส และ ลุค ชอว์ ขณะที่แผงกลาง 3

คนได้แก่ เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สำหรับแนวรุก 3 คนนั้นเขาเลือก โฟเด้น, แฮร์รี่ เคน และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

ส่วนทีมยอดเยี่ยมของ คาร์ราเกอร์ มี เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เป็นผู้รักษาประตู ส่วนแนวรับ 4 คนนั้นมี วลาดิเมียร์ คูฟัล, จอห์น สโตนส์, ดิอาส และ ชอว์ โดยที่แผงกลาง 3 คนประกอบด้วย เดอ บรอยน์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ บรูโน่ ขณะที่ 3 แนวรุกมี โฟเด้น, เคน และ ซน ฮึง-มิน

แทงบอลออนไลน์

คุยกับเดอบรอยน์แฟนหงส์ที่ไปได้ดีกับซิตี้

เควิน เดอ บรอยน์

เควิน เดอ บรอยน์ ชื่อนี้หลายคนรู้จักดีว่าเป็นหัวใจของ แมนฯ ซิตี้ ในการล่าความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา น่าเสียดายไม่มีโอกาสมาสวมเครื่องแบบ ลิเวอร์พูล เพราะเขาคือแฟนบอลพันธุ์แท้ของ ไมเคิ่ล โอเว่น -เมื่อวาสนายากบรรจบกันก็ต้องทำใจ วันนี้มาลองฟังเขานิยามตัวเองบนวัยใกล้หลัก 30 มองโลกต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง

เดอ บรอยน์ เปิดใจกับ ทอล์กสปอร์ต ว่าชีวิตของนี้ขาขึ้นเพราะนอกจากตกลงเซ็นสัญญาใหม่กับ ซิตี้ ถึง มิ.ย. 2025 แล้วทีมเพิ่งได้แชมป์ คาราบาว คัพ ไปเมื่อเดือนก่อน, ตีตั๋วชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก หนแรกประวัติศาสตร์สโมสร และจ่อแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เครดิตสำคัญแม่ทัพเบลเจี้ยนเชื่อว่าเพราะการเข้ามาซื้อกิจการสโมสรโดย ชีค มันซูร์ ตั้งแต่ปี 2008 แล้วก็ทั้งวางรากฐาน ทั้งอัดฉีดเงินจนทีมมีกระบวนการเติบโตตามลำดับ

“ชีวิตผมจากนี้คงมองเรื่องจะทำอย่างไรต่อเมื่อเซ็นสัญญาใหม่กับทีมจนถึงอายุ 34 ปี” เดอ บรอยน์ เปิดปาก

“นี่คือเส้นทางที่ผมจะต้องนั่งคิดว่าเอาอย่างไรต่อกับสี่ปีข้างหน้า ในสายตาผมซีซั่นนี้เรามีโอกาสเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รอมร่อ, รายการอื่นๆด้วย คิดว่าทีมนี้สร้างขึ้นมาในแนวทางที่ดี แล้วสามารถลุ้นประสบความสำเร็จไปอีกตลอดสี่ปีจากนี้” 

“แต่เอาจริงๆด้วยวิธีการที่สโมสรสร้างตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า หากยังสามารถดำเนินการทางที่ดีเช่นนี้ต่อไปก็ลุ้นประสบความสำเร็จได้ยาวไปอีก 50 ปีข้างหน้า” 

“ผมเห็นวิธีการที่ทีมทำงาน, วิธีคัดสรรบุคลากร, วิธีที่แข้งเยาวชนสอดแทรกสู่ชุดใหญ่, ทีมสตรี ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี” 

“ผมได้เห็นมันฐานะคนใน แผนงานที่ท่านชีคทำร่วมกับผู้บริหารท่านอื่นช่างน่าเหลือเชื่อ มันเป็นเรื่องที่ประทับใจแก่ผมจริงๆ”

“แน่นอนว่ามันมีค่างวดสูง แต่เงินส่วนใหญ่ที่ลงไปก็เพื่อสร้างศูนย์ฝึกครบวงจร ซึ่งมันก็มีประโยชน์ในการช่วยทีมหลายด้าน” 

บนวัย 29 ปี เดอ บรอยน์ มีหนึ่งสิ่งที่ต่างจากนักฟุตบอลทั่วไปนั่นคือไม่ได้จ้างเอเยนต์เพื่อต่อ-รองผลประโยชน์ เป็นตัวเขาเองนั่งถกทุกอย่าง

“มันมีเรื่องตะขิดตะขวงใจบางอย่างตอนผมจ้างเอเยนต์เจ้าเก่า ก็เลยปรึกษาครอบครัว, คนที่นับถือกัน ก็ได้ข้อสรุปว่าให้ผมจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองไปเลย” ‘เคดีบี’ อธิบาย

“ผมอยู่ในวัยที่รู้จักเรื่องเชิงลูกหนังและเชิงธุรกิจในวงการฟุตบอลมากพอ กล้าที่จะบอกความต้องการโดยส่วนตัว รวมถึงฐานะนักเตะ” 

“วัยขนาดนี้ไม่เอาแต่ให้ตัวเองได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่ก็คำนึงถึงต้นสังกัดให้พวกเขาสะดวกใจต่อ-รองด้วย” 

“บนโต๊ะเจรจาจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะมันมีเรื่องให้ต้องสังเกตไปหมดแต่ภาพรวมสัญญาผมที่ออกมาก็สมบูรณ์แบบ สโมสรดูมีความสุข และสำหรับเราก็อยากให้เป็นการสื่อสารที่ง่ายสุดเท่าที่ทำได้” 

“บางทีมันค่อนข้างจะเป็นการคุยที่ทื่อๆเลย เนื่องจากพอผ่านเอเยนต์บางทีมันขั้นตอนเยอะ แต่การคุยกับนักเตะนั้นว่ากันซึ่งๆหน้า ว่าคุณต้องการอะไรแล้วมันก็ชัดเจนทั้งสองฝ่าย” 

ตั้งแต่เขามาร่วมงาน ซิตี้ เมื่อปี 2015 ก็เดินหน้าประสบความสำเร็จกับทีมต่อเนื่องโดย เดอ บรอยน์ นิยามตัวเองว่าวางตัวอย่างชัดเจนสองแบบเมื่ออยู่ในระหว่างทำงาน กับอยู่นอกสนาม

เพราะเมื่อต้องแข่งขัน แม้แต่เล่นบอลกับลูกชายยังไม่อ่อนข้อให้เลย

เควิน เดอ บรอยน์

 

“มันเกือบจะเหมือนว่ามีผมสองแบบในตัวคนเดียว – หนึ่ง เควิน เมื่ออยู่นอกสนามจะผ่อนคลายมาก, หมอนั่นชิลล์ และไม่เปลืองน้ำลายพูดมาก แต่จากนั้นเห็น เควิน อีกคนบนสนามเจ้านั่นดูเป็นจอมหัวเสีย เห็นอะไรขัดจิตก็บ่นไปหมด” 

“คุณต้องทำในทุกๆอย่างเพื่อจะชนะเกม และผมไม่สามารถทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ ด้วยความสัตย์เพราะคิดว่ายังทำได้ดีกว่านั้นได้ – นิสัยหัวร้อนมันแย่กว่าตอนหนุ่มเสียอีก” 

“แม้กระทั่งเล่นเกมกับลูกชาย ก็ไม่อ่อยให้เขาชนะ ไม่ทำแบบนั้นแน่ แล้วลูกก็แพ้ มีชนะบ้างแต่ไม่บ่อย”

ในยุคผจก.ทีม โจเซป กวาร์ดิโอล่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดอ บรอยน์ คือขุนขวานคู่ใจแล้วเจ้าตัวหวังว่าฤดูกาลนี้จะยังป้องกันตำแหน่งนักเตะเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ ไว้ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดความสำเร็จทีมต้องมาก่อนส่วนบุคคล

“ประการแรกผมหวังจะพาทีมเป็นแชมป์ในทุกรายการ แล้วลำดับต่อไปค่อยมองถึงความสำเร็จส่วนบุคคล มันทำให้รู้สึกดีเพราะหมายความว่าคุณถูกซูฮกจากคนส่วนใหญ่, จากผู้เล่นด้วยกัน, จากสื่อมวลชน, จากแฟนบอลที่ปลาบปลื้มในผลงานที่เราแสดงออกมา  แล้วมันยังรวมถึงเมื่ออยู่นอกสนามคุณวางตัวแบบไหน” เดอ บรอยน์ ตอบคำถามท้ายๆ

“แต่ด้วยความสัตย์ให้ผมคว้าโทรฟี่ทุกใบกับทีมก่อนแล้วสิ่งใดที่ตามมาภายหลังถือเป็นโบนัส” 

“ยกให้รายการที่ต้องพิสูจน์จิตใจสุดคงเป็นพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มันคืออีเวนต์สำคัญสำหรับต่อยอดสู่อีกทุกโทรฟี่ถัดไป” เควิน พูดถึงการจ่อเป็นแชมป์ลีกหนสามในรอบ 4 ฤดูกาลหลัง 

“เพราะมันคือฤดูกาลต่อเนื่องหลังผ่านช่วงงดทุกกิจกรรมเพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด, ร้างแฟนบอลเข้าสนามสำหรับสร้างแรงจูงใจ, ต้องแข่งทุกๆสามวันหนแล้วหนเล่า นับเป็นด่านทดสอบหัวจิตหัวใจที่แท้จริง แล้วทีมก็ผ่านมันมาได้อย่างเริ่ด”

แม้ไม่เคยมีวาสนาได้มาเล่นใต้เครื่องแบบ ลิเวอร์พูล แต่กับสี่แมตช์เดยสุดท้ายยังไงฝากด้วยช่วยตัดแต้ม เชลซี กับ เอฟเวอร์ตัน พวกทีมแข่งทำอันดับของ ‘หงส์แดง’ เสียหน่อย

แทงบอลออนไลน์

ธีระพล เยาะเย้ย กรณีศึกษาจากเคส “ไม่พร้อม”

ธีระพล เยาะเย้ย

ธีระพล เยาะเย้ย 2-3 วันที่ผ่านมา กลายเป็นเป้าตำบลกระสุนตกจากแฟนบอลอย่างหนักหน่วง จากกรณีที่ไม่มาเข้ารายงานตัวกับทีมชาติ

ด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่พร้อม”

ไม่แปลกที่ทัวร์โซเชียลจะลงอย่างรวดเร็ว

แม้ต่อมา “คุณเจี๊ยบ” ศิริมา พานิชชีวะ บอร์ดบริการ สมุทรปราการ ซิตี้ จะออกมาป้องลูกทีมว่า เอี้ยงไม่สมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์  หากฝืนไปเล่นทีมชาติจะไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างเต็มที่ แต่นั่นคือเหตุผลที่ “สายเกินไปแล้ว”

สาเหตุที่ต้องบอกว่า “สายเกินไป” เพราะก่อนหน้านี้คุณมีเวลา ทำไมถึงไม่แจ้งให้เป็นทางการเสียก่อน

ผู้เขียนยกตัวอย่างกรณีของ ธีรศิลป์ แดงดา กับ ฟิลิป โรลเลอร์ อย่าง “มุ้ย” มีอาการบาดเจ็บรบกวน และไม่ได้ลงเล่นกับต้นสังกัด บีจี ปทุมฯ ในช่วงท้ายฤดูกาลไทยลีก เจ้าตัวก็ทำเรื่องผ่านสโมสร ทางสโมสรก็แจ้งมาที่สมาคมฟุตบอลให้รับรู้

หรือทาง โรลเลอร์ ที่ต้องบินไปดูลูกอยู่เยอรมัน ประกอบกับมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งเคสนี้เจ้าตัวก็ถ่ายรูปคู่กับแพทย์เป็นหลักฐานมาให้ดู แจ้งให้ทีมชาติทราบเรียบร้อย ก็จบ

แต่กรณีของ ธีระพล นั้นหายเงียบไปเลย

หากไล่ไทม์ไลน์ตั้งแต่วันที่ทัพช้างศึกเข้ารับการตรวจโควิด-19 จนถึงฉีดวัคซีน “เอี้ยง” ก็ไม่ได้มาปรากฏตัวกับเพื่อนร่วมทีมชาติแต่อย่างใด

จนเรื่องมาแดงและ “ดราม่า” ในวันเข้าแคมป์ ซึ่ง ธีระพล ไม่ได้มารายงานตัว ทำให้เคสนี้เจ้าตัวผิดเต็ม ๆ และไม่แปลกหากจะโดนโลกโซเชียลถล่ม

ธีระพล เยาะเย้ย

แต่ในเรื่องนี้สำหรับผู้เขียน ธีระพล ไม่ได้ผิดฝ่ายเดียว สมุทรปราการ ซิตี้ ต้นสังกัดเอี้ยง รวมถึงทีมชาติก็ต้องมีส่วนรับผิดร่วมกันด้วย

ลองคิดเล่น ๆ ว่านักฟุตบอลคนหนึ่งที่ถูกเรียกติดทีมชาติ หายไปไม่มาตรวจโควิด-ฉีดวัคซีน ผู้รับผิดชอบทีมชาติก็ต้องรู้แล้วว่ามีนักเตะหายไป

เพราะหากคุณไม่ฉีดวัคซีน คุณก็ “เข้าแคมป์เก็บตัวไม่ได้”

ทางทีมชาติเองก็ต้องไล่ตามตัวนักเตะแล้วว่า เออไปอยู่แห่งหนตำบลใด หรือประสานกับทางสโมสรดูซิ ว่าเหตุใดนักเตะถึงไม่มา

อากิระ นิชิโนะ กับ มาซาทาดะ อิชิอิ ก็คนบ้านเดียวกัน รู้จักมักจี่ จะไลน์ หรือต่อสายตรงคุยกันก็ได้ไม่ยาก เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็มีคอนแทคติดต่อสโมสรได้ หากนักเตะไม่พร้อม ล้า เจ็บน้อย เจ็บมาก ติดธุระ ขอถอนตัว จะอย่างไรก็ว่ามา

นี่นักเตะหายไปไม่บอกกล่าว เจ้าหน้าที่ทีมชาติก็เงียบ ส่วนสโมสรออกมาให้ข่าวหลังเรื่องดราม่าแล้ว

การออกมาชี้แจงเหตุผลว่า “ไม่พร้อม” หลังการไม่เข้าแคมป์ของนักเตะ มันจึงไม่สมเหตุสมผลสำหรับแฟนบอล สุดท้ายนักเตะก็ถูกทัวร์ลง

โลกทุกวันนี้ถูกย่อมาเหลือแค่ฝ่ามือ การสื่อสารไม่ใช่เรื่องยาก แทงบอลออนไลน์

สองทีมชะตาเดียวกัน

ชะตากรรมเดียวกัน

ชะตากรรมเดียวกัน การพบกันระหว่างอาร์เซนอลและบียาร์เรอัลในรอบรองชนะเลิศยูโรป้าลีกกลายเป็นเกมที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะ “สีเรือดำน้ำของกองทัพอูไนเอเมอรี”

ทั้งสองทีมมีโอกาสที่จะได้รับโควต้ายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกผ่านการจัดอันดับในลีกเนื่องจากพวกเขาอยู่ในไม่กี่คะแนนจากสี่อันดับแรก อาร์เซนอลอันดับ 10 มีเพียง 46 คะแนนห่างจากสี่อันดับแรกเพียง 12 คะแนนโดยเหลืออีกห้าเกมซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

สำหรับถ้วยเล็กยูโรป้าลีกได้ 5-6 คะแนนและ “ยูโรป้าคอนเฟอเรนซ์ลีก” ใหม่เริ่มต้นที่ 7 ซึ่งยังคงเป็นงานที่ยากสำหรับอาร์เซนอลเพราะมี 6 คะแนนหลังจากนั้น

บียาร์เรอัลตกอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ กันแน่นอนว่า “หมดสิทธิ์” ในการเข้าสู่สี่อันดับแรกนั่นเป็นเพราะแอตเลติโกมาดริด, เรอัลมาดริด, บาร์เซโลนาและเซบีย่าทั้งสี่ทีมใหญ่ ทำคะแนนให้มากที่สุดเท่าที่คู่ต่อสู้ของคุณจนกว่าจะได้รับการรับรองคุณสมบัติแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า (เว้นแต่คุณจะถูกปรับตรา, คิงและบาร์ซ่าในพรีเมียร์ลีก)

 

โควตา 2 ถ้วยเล็กยุโรป บียาร์เรอัล มีโอกาสมากกว่า อาร์เซน่อล เพราะปัจจุบันอยู่อันดับ 7 ของตาราง และห่างอันดับ 5 เรอัล โซเซียดาด และ อันดับ 6 เรอัล เบติส เพียงคะแนนเดียว

แต่เป้าหมายแท้จริงของพวกเขาก็เหมือนกับ อาร์เซน่อล ที่มองไปที่แชมเปี้ยนส์ ลีก และการคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ในปีนี้ให้ได้ก็คือทางเลือกเดียวในตอนนี้

ชะตากรรมเดียวกัน

ความสำคัญของเกมนี้ส่งผลต่อเกมลีกล่าสุด  

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีเกมสำคัญในยุโรปรออยู่ทำให้การลงสนามในเกมลีกของทั้ง อาร์เซน่อล และ บียาร์เรอัล รวมถึงอีกหลายทีม มีผลงานไม่ดีนัก

อาร์เซน่อล แย่ถึงขึ้นแพ้คาบ้านต่อ เอฟเวอร์ตัน 0-1 จากประตูที่ผิดพลาดเองของ แบรนด์ เลโน่ ส่งผลให้ทีมแพ้ไปแล้ว 13 นัดในฤดูกาลนี้

ขณะที่ บียาร์เรอัล ที่เจองานหนักกว่ารับมือ บาร์เซโลน่า ก็เกือบทำได้ดีแล้วเพราะเป็นฝ่ายนำก่อน แต่สุดท้ายโดน อ็องตวน กรีซมันน์ ยิงสองประตูให้ทีมเยือนชนะไป 2-1 โดยที่ช่วง 25 นาทีสุดท้าย บียาร์ฯ ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนด้วย

ไม่เพียงแค่สองทีมนี้ เรอัล มาดริด ที่กำลังจะพบกับ เชลซี ในรอบตัดเชือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็สะดุดเสมอ เรอัล เบติส ไปแบบไร้สกอร์ในการลงสนามเกมลีกล่าสุด

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีคิวดวล โรม่า ในอีกคูาของยูโรปา ลีก ทำได้เพียงเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-0 สถิติชนะรวด 5 นัดถูกหยุดลงไปด้วย

ส่วนคู่แข่งอย่าง โรม่า ก็ผลงานไม่ดีออกไปโดนทีมท้ายตาราง กายารี่ โค่น 3-2

รอบตัดเชือกชปล. 15 ปีก่อน

อาร์เซน่อล เคยพบกับ บียาร์เรอัล ในเกมยุโรปมาแล้ว 2 ครั้ง (4 นัด) ซึ่งแน่นอนว่าครั้งที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนคือ รอบคัดเชือก เมื่อปี 2006

“ปืนใหญ่” ในยุคที่ยังมี เธียร์รี่ อองรี, เชส ฟาเบรกาส, โรแบร์ ปิแรส, โซล แคมป์เบลล์ และ เยนส์ เลห์มัน เปิดบ้านเฉือนชนะได้ก่อนในนัดแรก 1-0 จากประตูของ โคโล่ ตูเร่

นัดสองที่สเปน “เรือดำน้ำสีเหลือง” ที่ยุคนั้นคุมทีมโดย มานูเอล เปเยกรินี่ มีโอกาสเอาชนะคืนในสกอร์เดียวกันเมื่อได้จุดโทษในนาทีสุดท้าย และคนรับหน้าที่สังหารคือ ฮวน โรมัน ริเกลเม่ จอมทัพทีมชาติอาร์เจนตินา

ทว่า ริเกลเม่ ก็ยิงไปติดเซฟของ เยนส์ เลห์มัน ที่ป้องกันได้ยอดเยี่ยมและทำให้ อาร์เซน่อล ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ บาร์เซโลน่า ซึ่งสุดท้ายแล้วลงเอยด้วยความผิดหวังพ่ายต่อเจ้าบุญทุ่มไปหวุดหวิด 1-2

ปีนี้ อาร์เซน่อล กับ บียาร์เรอัล เจอกันในรอบตัดเชือกเกมยุโรปอีกครั้ง แต่เป็นถ้วยเล็กยูโรปา ลีก โดยมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพันเหมือนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

เกมพิเศษของ อูไน เอเมรี่

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่แฟนบอลหลายคนจับตามองเมื่อ อาร์เซน่อล โคตรมาพบกับ บียาร์เรอัล ก็คือ “อูไน เอเมรี่” กุนซือคนปัจจุบันของ บียาร์ฯ ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ อาร์เซน่อล

อูไน เอเมรี่ เป็นคนที่ถูกเลือกให้คุมทีม “ปืนใหญ่” ต่อจาก อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 2018 เขาพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก ในปีแรก แต่ว่าพ่ายต่อ เชลซี แบบไม่ได้ลุ้น

ปีต่อมา ผลงานของ เอเมรี่ ดร็อปลงก่อนโดนปลดในช่วงปลายปี 2019 หลังเกมที่พ่ายคาบ้านต่อ แฟร้งค์เฟิร์ต 1-2 ในถ้วยยูโรปา

กล่าวให้เห็นภาพคือ อูไน เอเมรี่ ได้งานคุม อาร์เซน่อล เพราะฝีมือที่เคยนำ เซบีย่า คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ได้ 3 สมัยติดต่อกัน แต่เกมที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ขาดลงก็คือความปราชัยในยูโรปา ลีก นั่นเอง

ช่างบังเอิญอย่างมากที่การกลับมาเจอ อาร์เซน่อ เป็นครั้งแรกของ อูไน เอเมรี่ นับตั้งแต่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ดันเป็นรายการ ยูโรปา ลีก ในรอบที่เดิมพันกันด้วยตั๋วนัดชิงชนะเลิศที่จะเป็นความหวังนำไปสู่การได้เล่นในถ้วยใหญ่แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า แทงบอลออนไลน์

อาร์เซน่อล มีโอกาสที่ดีมากในการผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศยูโรปา ลีก

อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล มีโอกาสที่ดีมากในการผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศยูโรปา ลีก ปีนี้หลังบุกชนะ โอลิมเปียกอส ได้ถึง 3-1 ในนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เป็นผลการแข่งขันอันยอดเยี่ยมทั้งการชนะนอกบ้านด้วยความห่าง 2 ประตู และอะเวย์โกล 3 ลูก 

เทียบกับปีก่อนที่เคยโดน โอลิมเปียกอส บุกมาเขี่ยตกรอบคาบ้านทั้งที่นัดแรก มิเกล อาร์เตต้า พาลูกทีมบุกชนะได้แล้ว 1-0 สถานการณ์ในปีนี้ดีกว่าชัดเจน และทำให้อุ่นใจได้พอสมควรก่อนลงสนามนัดสองสัปดาห์หน้า

ผ่านไปหนึ่งปีหลังเคยเจอกันครั้งล่าสุดในรอบ 32 ทีมสุดท้ายปีที่แล้ว อาร์เซน่อล และ โอลิมเปียกอส เปลี่ยนทีมไปไม่มากนัก

เจ้าถิ่น โอลิมเปียกอส ยังคุมทีมโดย เปโดร มาร์ตินส์ ชาวโปรตุกีส แกนหลักหลายคนที่เป็นตัวจริงปีก่อนยังคงลงตัวจริงอีกครั้งไม่ว่าจะเป็น ยุสเซฟ เอล-อราบี หัวหอกตัวเก่ง, มาติเยอ วัลบูเอน่า ปีกจอมเก๋าชาวฝรั่งเศส, สองกองกลาง มาดี้ กามาร่า และ อันเดรียส บูชาลาคิส รวมไปถึงผู้รักษาประตู โชเซ่ ซา

มีเข้ามาเพิ่มคือ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ที่เพิ่งย้ายจาก อาร์เซน่อล ไปร่วมทีมในตลาดหน้าหนาวล่าสุด และ ยันน์ เอ็มวีล่า อีกหนึ่งแข้งเก๋าฝรั่งเศสที่ถูกถอยลงไปยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟ

ส่วนตัวจริง อาร์เซน่อล ที่เคยอกหักคาบ้านเมื่อปีที่แล้ว ได้ลงแก้ตัวนัดนี้กันหลายคนไม่ว่าจะป็น ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง, กรานิต ชาคา, บูคาโย่ ซาก้า, เอ็คตอร์ เบเยริน, ดาวิด ลุยซ์, แบร์นด์ เลโน่ รวมถึง ดานี่ เซบายอส, อเล็กซองเดร์ ลากาเซ็ตต์ และ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ลงเป็นสำรองนัดนี้ แต่เป็นตัวจริงครั้งก่อน

ในภาพรวมนัดนี้ อาร์เซน่อล คู่ควรกับชัยชนะ 3-1 และเป็นการชนะที่สนาม สตาดิโอ จอร์จอส คาไรสคากี้ 4 นัดติดต่อกัน โดยที่ 3 นัดหลังสุดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงปีเดียวเพราะในรอบก่อนหน้านี้ที่ผ่าน เบนฟิก้า มาได้ ก็เล่น ณ สังเวียนแห่งนี้ที่ถูกเลือกให้เป็นสนามกลางในนัดสอง

แข้งปืนใหญ่เป็นฝ่ายคอนโทรลเกมและสร้างโอกาสได้ดีกว่าชัดเจนโดยเฉพาะครึ่งแรกที่ได้ลุ้นทั้งการขึ้นเกมซ้าย-ขวา รวมไปถึงจังหวะฟรีคิกอีก 3 ครั้งที่เข้ากรอบ 2 ครั้ง

ประตูเดียวของทีมในครึ่งแรกมาจากการยิงไกลของ มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ต้องให้เครดิตเป็นพิเศษเพราะซัดได้เข้าข้ออย่างยิ่ง บอลพุ่งแรงและส่ายนิดๆ ทำให้ โชเซ่ ซา เสียท่าโดนยิงแสกหน้าดื้อๆ

อาร์เซน่อล

แต่ในรูปเกมที่ดีกว่า อาร์เซน่อล ยังคงก่อความผิดพลาดในแบบเดิมๆ จนมอบโอกาสให้ โอลิมเปียกอส หลายครั้ง

ครั้งแรกเกิดขึ้นในนาที 21 มาร์ติน โอเดการ์ด โดนบีบจึงจ่ายเข้าในไปหน้าเขตโทษ บรูม่า ปีกของเจ้าถิ่นฉกได้ก่อนก่อนยิงด้วยขวา แต่ไม่ห่างตัว แบรนด์ เลโน่ มากนักทำให้ป้องกันไว้ได้

โอเดการ์ด พลาดอีกครั้งในนาที 39 จากจังหวะแตะบอลเบาไปนิดไม่ถึง บูคาโย่ ซาก้า ทำให้โดน บรูม่า คนเดิมแย่งได้ก่อนลากจี้แล้วจ่ายให้ ยุสเซฟ เอล-อราบี ยิงในเขตโทษติดบล็อก

ที่น่าจะเสียประตูที่สุดเกิดขึ้นไม่กี่อึดใจถัดมา แบรนด์ เลโน่ เคาะบอลเล่นกับ ดาวิด ลุยซ์ ที่ล็อกเข้าในอีกรอบแล้วเปิดด้วยซ้ายติดบล็อก จอร์จอส มาซูราส ที่ดักรออยู่แล้ว ทว่าแข้ง โอลิมเปียกอส ไม่คมเองซัดหลุดเสาไกลออกหลังไป ลุยส์ และ อาร์เซนอล รอดตัวหวุดหวิด

ในที่สุด โอลิมเปียกอส ก็ฉกฉวยประโยชน์จากความผิดพลาดของ อาร์เซนอล ได้สำเร็จในครึ่งหลัง ดานี่ เซบายอส ที่ลงสำรองมาแทน โธมัส ปาร์เตย์ เล่นประมาทล็อกบอลหน้าเขตโทษแล้วโดน ยุสเซฟ เอล-อราบี ดักได้ หัวหอกโมร็อกโกจึงแต่งหาจังหวะยิงโล่งๆ เข้าประตูในทันที

ภาพเดิมๆ หลอกหลอนแฟนบอลปืนใหญ่อีกครั้ง 

4 ประตูหลังสุดที่ อาร์เซน่อล เสียให้คู่แข่งล้วนมาจากความผิดพลาดของตัวเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ดานี่ เซบายอส คนเดิมนี่แหละโหม่งคืนหลังไม่ดีจนเสียประตูในเกมกับ เบนฟิก้า จากนั้น กรานิต ชาคา ขอโชว์ (ลั่น) บ้าง 2 นัดติดในเกมกับ เลสเตอร์ และ เบิร์นลีย์ ก่อนวนมาที่ เซบายอส อีกครั้ง

นับเฉพาะในยูโรปา ลีก แข้งปืนโตสลับกันผิดพลาดจนเปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ยิงไปถึง 8 ครั้ง มากกว่าทุกทีมในรายการนี้

เสียประตูตีเสมอแบบนี้ทำให้ อาร์เซนอล ชะงักไปทันทีไม่ต่างจากนัดล่าสุดในลีกกับ เบิร์นลีย์ พวกเขาออกอาการชัดเจนจนเกือบโดน โอลิมเปียกอส ยิงแซงในไม่กี่นาทีต่อมาจากโอกาสที่ โอลิมเปียกอส สร้างสรรค์เกมเองจริงๆ ทางฝั่งขวาก่อนจบที่การแปเน้นๆ 10 หลาของ เอล-อราบี ทว่าหลุดเสาออกหลังแบบน่าหวาดเสียวสุด

 

โมเมนตัมตอนนั้นเริ่มเทไปทางฝั่ง โอลิมเปียกอส ที่ดูมั่นใจขึ้นมาทันที ทว่าจู่ๆ กาเบรียล มากัลเญส ก็เติมสูงขึ้นมาเล่นลูกเตะมุมแล้วโหม่งลูกเปิดของ วิลเลี่ยน ย้อนเข้าเสาแรกอย่างสวยงาม

ประตูที่สามในสีเสื้อปืนใหญ่ของ กาเบรียล สำคัญอย่างยิ่งเพราะเหมือนทะลายความกดดันที่เริ่มก่อตัวขึ้นในทีมลงได้ ก่อนที่อีก 5 นาทีถัดมา โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ที่เพิ่งลงสำรองมาซัดไกลนอกเขตโทษปิดท้ายให้ทีมคว้าชัยชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

สองประตูช่วงท้ายเกมของ กาเบรียล และ เอลเนนี่ เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมกลับมาอยู่ฝั่ง อาร์เซนอล ทันที เช่นเดียวกับโอกาสกรุยทางสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

มิเกล อาร์เตต้า สรุปผลงานนัดนี้เอาไว้ว่า “พวกเราพอใจกับผลการแข่งขันนัดนี้อย่างยิ่ง พอใจกับการทำประตู และแนวทางการเล่นในช่วงเวลาสำคัญ”

“แต่เราก็ต้องชัดเจนและซื่อตรงกับตัวเองด้วย  เรามอบโอกาสทำประตูให้คู่แข่งไป 3 ครั้ง พวกเขาคว้าเอาไว้ได้ 1 ประตู ในเกมระดับนี้พวกเขาพร้อมลงโทษคุณอยู่แล้ว” 

“หากเราอยากก้าวขึ้นไปอีกขั้น เราต้องหยุดทำอะไรแบบนี้และมีความเฉียบมากขึ้น เมื่อคุณครองเกมเหนือกว่าและเล่นได้ดีขนาดนั้น ต้องยิงปิดเกมให้ได้”

หากไม่มี 2 ประตูท้ายเกม บทสรุปนัดนี้ก็อาจลงเอยเหมือนเกมลีกสุดสัปดาห์ที่มีโอกาสมากมายในการเก็บชัยชนะไม่ยาก ทว่ากลับได้เพียงเสมอเพราะความผิดพลาดของตัวเอง

อาร์เซนอล ได้ผลการแข่งขันที่ดีมากสำหรับโอกาสเข้ารอบและรักษาความหวังในการคว้าแชมป์อันเป็นใบเบิกทางนำไปสู่การได้เล่นถ้วยใหญ่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

 

แต่สิ่งที่พวกเขาต้องให้ความสำคัญยิ่งกว่าเดิมคือ ความผิดพลาดของตัวเองที่เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อนทั้งในลีกและบอลถ้วย

หากไม่แก้ไขให้หมดไป หรือไม่เคยเข็ดหลาบกับบทเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า โอกาสไปถึงเป้าหมายในวางเอาไว้ก็เป็นไปได้ยาก และทุกความผิดพลาดที่มาจากตัวเองก็น่าปวดใจมากกว่าสิ่งใด แทงบอลออนไลน์